ฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวใกล้เข้ามาอีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมของทุกปี แน่นอนที่สุด อ.ปาย เมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและสายน้ำปายแห่งชีวิตที่ไหลผ่านเมือง ย่อมเป็นจุดมุ่งหมายของใครๆ หลายต่อหลายคนที่วางแผนมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวนี้
คุณวาดฝันกับการเดินทางสู่เมืองปายไว้ว่าอย่างไร??? . . .
จะเหมือนแต่ละฉากแต่ละตอนที่สะท้อนภาพอย่างในหนังในละครหลายๆ เรื่องที่ดูกันมั้ยนะ.. ภาพแรกที่ตัดมาคือ . . . มีร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนึ่ง บรรยากาศภายในร้านดูสบายๆ เก้าอี้ไม้และโต๊ะไม้ แก้วกาแฟ โปสการ์ด ถูกจัดวางอย่างถูกมุมอยู่ในที่ในทางที่มองเห็นได้ถนัดสายตา ซึ่งผู้คนที่ต่างเข้ามานั่งแช่ตูดทอดอารมณ์ไปกับการกินกาแฟ ขนมเค้ก หรือไม่แต่นั่งเขียนโปสการ์ด ต่างมีอริยาบถที่ผ่อนคลายปล่อยตัวปล่อยใจตามสบาย . . . คุณจินตนาการภาพที่เกิดขึ้นแบบนี้รึเปล่า!!
ถ้าคุณคิดแบบนี้แล้วหล่ะก็ . . . ผมว่าลองปรับจินตนาการแล้วคิดใหม่ดีกว่านะครับ . . . เพราะบรรยากาศ chillๆ แบบที่คาดฝันไว้นั้นคุณจะไม่ได้เจออย่างแน่นอนในช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่กำลังจะมาเยือนในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ เพราะสายตาของคุณจะสัมผัสได้ถึงผู้คนจากทั่วทุกสารทิศที่ไม่ว่าจะหันเหสายตาไปทางไหน ร้านรวงแต่ละแห่งบนถนนคนเดินกลางเมืองปายล้วนแล้วแต่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่กำลังเลือกโปสการ์ดบ้าง นั่งเขียนโปสการ์ดบ้าง หรือการถ่ายรูปร้านรวงและเก็บภาพทุกภาพอย่างสนุกสนาน ซึ่งคุณอาจทำได้เพียงเฝ้ามอง รอ และรอเพื่อจะได้เข้าไปสัมผัมบรรยากาศเฉกเช่นคนอื่นๆ
“ปายในวันนี้” . . . ในฐานะที่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมและนักท่องเที่ยวและในและต่างประเทศต่างอยากมาสัมผัสด้วยตัวเองนั้น ขณะนี้สภาพแวดล้อมทางกายภาพภายในเมืองปายได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้นพอสมควร มีทั้งธนาคารพานิชย์เกือบครบทุกแบรนด์ (บางแบรนด์มีสองสาขาด้วยซ้ำ) ที่พัก รีสอร์ทใหม่ๆ ทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ผุดขึ้นราวดอกเห็ด รวมไปถึงร้านอาหารทั้งไทย เทศ อินเดีย เม็กซิกัน อิตาลี ก็ผุดตามขึ้นมาอย่างมากมาย เวลาย่ำค่ำถนนคนเดิน จะเต็มไปด้วยผู้คนคนที่เดินเบียดเสียดแทรกตัวไปมาอย่างกับถนนข้าวสาร หรือ JJ ยังไงยังงั้น!!!
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นบางคนอาจเริ่มจินตนาการตามพร้อมๆ กับคิดว่า . . . ทำไมๆ!!!
คำตอบก็คือ พวกเราทุกคน ทั้งผมและคุณ นั่นแหละครับที่ล้วนแล้วแต่ทำให้มันเป็นแบบนี้ ก็ในเมื่อความต้องการหรือ demand มันมากมายนัก มันก็ต้องมี supply ขึ้นมารองรับให้เพียงพอ (อาจจะเกินพอด้วยซ้ำ)
ผมเพิ่งกลับจากปาย เมื่อวันที่ 5 กย 2551 ที่ผ่านมาครับ ไปนอนมา 1 คืน ซึ่งสิ่งที่ผมเขียนไว้ข้างบนคือ สิ่งที่ผมได้เห็นลัสัมผัสมากับตัว แต่ . . .
แต่ . . ปาย . . ในจิตใจของผมกลับไม่เคยเปลี่ยนเลย
ปายยังเป็นที่พักพิง พักท้อง พักกายของผมอยู่เสมอ (ถ้าใครยังไม่เคยอ่าน Pairadise อาจไม่รู้ว่าผมพูดเรื่องอะไร เพ้อเจ้อรึปล่าวไอ้นี่) เนื่องจากช่วงสองเดือนที่ผ่านมาผมได้เจอกับ เพื่อนๆที่ไปเที่ยวปาย แล้วนั่งคุยกันสองคน ผมได้ถามคำถามเดียวกันว่า
เป็นไงบ้าง?? . . . ปายเหมือนที่คิดไว้มั้ย?? . . . สมหวังมั้ยที่ได้มาปาย คำตอบที่ได้รับเหมือนกันทั้งสองคน คือ ผิดหวัง ไม่เหมือนกับที่คิดไว้เลยว่า แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่กลับไม่สงบ ทำไมผู้คนและร้านรวงต่างมากมายแบบนี้ (นี่ขนาดผมถามตอนไปเที่ยวหน้าฝนนะครับ) ผมเลยแนะนำไปว่าลองได้คุยกับคนเมืองปาย รึยัง หรือคนที่เค้าอยู่ปายมานานมากๆ แล้วรึยัง ได้ขี่รถออกไปรอบนอกบ้าง บ้านเวียงเหนือ บ้านแม่เย็น บ้านแม่ฮี้ เห็นภูเขาสีเขียวๆ หมอกเรื่อๆ ต้นข้าวที่กำลังดำนาลงไป หรือปล่อยใจให้ว่างๆ ให้สายลมได้พัดผ่านตัวตนและหัวใจคุณบ้างรึยัง ถ้ายังผมอยากให้คุณได้ลองมาสัมผัสอีกครั้ง แล้วคุณจะรู้ได้ว่า ปายเป็นยังไง ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ไม่ว่ากาลเวลา ผู้คนมากหน้าหลายตาที่มาเยือน มาฝากความทรงจำทั้งอิ่มอุ่นและผิดหวังไว้ที่นี้ แต่วิถีธรรมชาติและความสงบสุขของเมืองปายก็ยังดำเนินต่อไป
แต่ตนที่คิดว่าที่นี้เปลี่ยนไปอาจเพราะคุณเพิ่งมาเป็นครั้งแรกและท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่แน่นเอี๊ยด ซึ่งไม่มีเวลาเปิดใจให้กับเมืองเล็กๆ เมืองนี้ได้มากพอ ตกกลางคืนก็หาร้านนั่งดริ๊งเหมือนเปลี่ยนที่กินเหล้าซะมากกว่า การมาท่องเที่ยวเพียงแค่นั้นไม่อาจสร้างอรรถรส ความเบิกบานใจ หรือแม้แต่ห้วงเวลาของความสุขที่คุณอยากมาพักผ่อนที่นี้ได้อย่างเพียงพอ เพียงคุณลองมาสัมผัสที่นี้อีกสักครั้ง ทั้งธรรมชาติที่แวดล้อมและคนเมืองปาย ทั้งแม่อุ๋ยและพ่ออุ๋ย ลองพูดคำนี้ซิครับ กิ๋นข้าวรึยังเจ้า แล้วคุณจะพบกับความบริสุทธิ์ทั้งจากความงามตามธรรมชาติที่มีและปรากฏเบื้องหน้า รวมทั้งมิตรภาพดีๆ ที่เกิดขึ้น แล้วมันจะทำให้มุมมองของคุณเปลี่ยนไปว่าในที่สุดแล้ว ปายไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด!!
อาร์ม
5 กย 2551






September 16th, 2008 at 2:44 am
อ่านแล้วทำให้ผมนึกไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งในโลกนี้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตามจากเมืองเล็ก ๆ เมื่อมีผู้คนสนใจมาก ๆ ก็จะเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็ก ทีละน้อย เพื่อความอยู่รอด อันนี้ผมคิดเหมือนกับคุณที่มันย่อมเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่สิ่งที่น่าค้นหาคือคนเก่าคนแก่ คนท้องถิ่นที่พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงมันไปเร็วมากแค่ไหน เสน่ห์มันอยู่ที่คนมากกว่า เมื่อยามเดินทางผมไม่ค่อยจะสนใจในสถานที่ซักเท่าไหร่ ผมกลับสนใจอยากเห็นผู้คนในสถานที่นั้น ๆ มากกว่าครับ
September 16th, 2008 at 7:49 am
ยินดีต้อนรับสู่ คนรักษ์ปาย ครับ คุณคนพลัดถิ่น
August 8th, 2009 at 6:31 am
คุณอาร์มครับ
รู้สึกดีจริง ๆ ที่เ้ข้ามาใน Blog นี้ ปายเป็นเมืองที่ผมรู้สึกว่า เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ที่มิติหนึ่่งของชีวิต ขอบคุณนะครับที่ทำ Blog ดี ๆ แบบนี้ ไว้ปีนี้จะไปเที่ยว จะเข้ามาหาข้อมูลในนี้นะครับ
January 22nd, 2010 at 6:54 am
ขอบคุณครับมากๆ
March 8th, 2010 at 9:47 am
ช่ายค่ะ ปายเมืองเล็กๆแต่น่าอยู่ บรรยายกาศดีมากๆ
ปายเมืองแห่งความทรวจำ
บางคนไปเพื่อรัก
บางคนไปเพื่อลืม
แต่ช้านไปเพื่อเริ่มต้นใหม่
ถ้าไม่มีเมืองปายคนนี้คงไม่มีการเริ่มต้นใหม่ของเราสองคน
อยากบอกว่า ปายไปครั้งเดียวไม่เคยพอ บอกไม่ถูกว่าทามมายติดใจสงสัย
ต้องมนต์เมืองปายซะล่ะ
July 19th, 2010 at 4:50 pm
หวนมาอ่านอีกรอบ สำหรับตัวผมเอง อุอุ
August 3rd, 2010 at 7:48 pm
ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นการเจริญเติบโตของปาย จากที่ไม่มีคนรู้จักจนกระทั่งปายทุกวันนี้ถูกสื่อสร้างภาพเอาไว้มากมาย ใช่แล้ว ถ้าคุณคาดหวังอะไรจากที่ได้เห็นในฉากภาพยนต์หรือละครละก็ อาจจะผิดหวังนะครับ..เพราะว่าปายคงจะไม่ใช่สถานที่ๆไปเพื่อหารักแท้ หรือมีร้านกาแฟแก้วละ 30 บาทแน่นอน… แต่ถ้าคุณมาเพื่อค้นหาความเงียบสงบและบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในเมืองปายครับ… ช่วงเดือน ธันวา – มกรา คนเยอะเกินไป ไม่ควรไปกันมากๆนะครับ ถ้าชอบความสงบต้องเป็นช่วงฤดูฝน จะได้สำผัสกับความงดงามของเมืองในหุบเขาอย่างเต็มที่ …