ความขัดแย้งที่ลงตัว

ถ้าจะมีบทเรียนล้ำค่าที่ผมได้รับจากสถาบันที่ผมเคยเรียน คงจะเป็นประโยคเดียวของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่คอยเตือนสติให้ผม คิดว่าผมจะต้องเดินหน้าต่อไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคอะไรขึ้นในชีวิต นาย ถ้านายคิดถึงฉัน นายไม่ต้องทำอะไร นายทำงาน และบทเรียนจากการเห็นความขยันของแม่ ที่หล่อหลอมให้ผมเป็นผมในวันนี้ ปายทำให้ผมได้สะท้อนภาพว่าทำไมอาจารย์ศิลป์ถึงพูดอย่างนั้น และทำไมแม่ถึงขยัน และอดทนกับทุกอุปสรรคของโลกที่แม่ต้องเจอได้ขนาดนี้ ผมยังพบและทำความรู้จักกับผู้คนในปายทุกวัน

โอเปิ้ลน้องแรงๆ ที่กล้าคิดกล้าแสดงออกจนบางครั้งผมก็อดเป็นห่วงความมุทะลุของวัยสาวของน้องด้วยเหมือนกัน แป๋วน้องชวนขำที่ทำให้ผมต้องหัวเราะจนน้ำตาไหลกับมุขล้อเลียนดาราชื่อดัง นายอำเภอนพดล ผู้เสนอแนวคิดและมุมมองหลายอย่างที่น่าสนใจและผมแอบเชียร์อยู่ในใจให้พ่อเมืองปายประสบความสำเร็จในเร็ววัน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนพี่วิสูตรที่พยายามเก็บทุกรายละเอียดเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนปาย พี่วรเทพประธานชมรมท่องเที่ยวปายที่เปิดทางให้ผมเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม ปาย..รักสุดขอบฟ้า

วันวาเลนไทน์ของปายพร้อมบัตรคอนเสิร์ต รักจัดปายฟรี พี่มานะผู้จัดการฮอทสปริงที่ส่งสายตาชื่นชมเวลาที่ผมและหุ้นส่วนทำงานอย่างขมีขมัน พี่อ้อยที่ทำให้ผมต้องตกอยู่ในภวังค์ของการฟัง sound track ภาษาที่ไม่คุ้นเคยหลายครั้ง พี่โอ๋ที่เข้ามาเติมเสียงหัวเราะอย่างไม่มีขีดจำกัด รันนี่ที่เล่นบทภรรยาน้อยกลางวงเหล้าอย่างน่ารัก น้องซิ่งที่เมื่อเมาเข้าที่จะแสดงมิติฆาตกรเลือดเย็นอย่างสยอง พี่แอ้มที่แอบมากระซิบให้จัดดอกไม้วันวาเลนไทน์ให้พี่วัชจนผมกับโจลี่ต้องยิ้มอย่างปิติแทนพี่วัช ป้านางที่โดนผมนัดเพื่อขอข้อคิดและเล่าเรื่องปายในอดีต แต่จนแล้วจนรอดผมก็ยังไม่ได้คุยกับแกสักที น้องเบียร์ลูกค้ารายใหญ่อีกรายที่ชื่นชมการจัดดอกไม้ของนายเทียนเป็นพิเศษ น้องแอมที่จัดงบมาให้เราเป็นสื่อเซอร์ไพรส์สาวแถวแยกปายหนาว น้องเมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนที่อำเภอที่เลือกย้ายมาอยู่ปายได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ น้องอาร์มแห่ง www.ilovepai.com ที่ผมต้องหาโอกาสนั่งคุยอย่างจริงๆจังที่ไหนสักแห่งในเร็ววันนี้ ดาบสถาพรที่ประสานงานและอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่อย่างขะมักเขม้นที่อำเภอ ปลัดเดฟที่คุยกับพวกเราอย่างเป็นกันเอง น้องหุยแห่งธนาคารกรุงเทพที่เปิดบัญชีธนาคารให้ผมและสั่งกุหลาบขาว 28 ดอกเพื่อเซอไพรส์วันเกิดให้เพื่อนในวันต่อมา หมออาดัมที่พาผมไปห้องเอ็กซเรย ์พร้อมอธิบายอย่างน่ากลัวก่อนผลเอ็กซเรย์จะออกว่าถ้ากระดูกข้อศอกหักอาจไม่ใช่แค่เข้าเฝือกแต่ต้องผ่าตัดเลยทีเดียว พี่โต๋พี่สร้อยที่เปิดรับฟังข้อเสนอการหาที่ปลูกดอกไม้ของผมและหุ้นส่วนอย่างตั้งใจ น้องติ้งที่เริ่มคุ้นเคยและเล่นหัวกับผมอย่างเป็นกันเอง น้องไผ่ที่ไม่เคยปริปากใดๆกับใครก่อนไม่ว่าผมจะพยายามเริ่มบทสนทนาด้วยอย่างไรก็ตาม หรือแม้แต่พี่น้อย วงพรู ที่ผมเดินเข้าไปขอให้แกแวะมาที่ร้านเพื่อขอถ่ายรูปไว้ไปลงเว็ปไซด์ ขณะที่แกนั่งกินก๋วยเตี๋ยวและเพลิดเพลินกับความเป็นส่วนตัวของตัวเอง น้องเก๋ที่จะไม่ยอมถ่ายรูปคู่กับพี่น้อยถ้าพี่น้อยไม่เดินมาขอถ่ายด้วยตัวเอง น้องโอ๋ที่ระบายสีน้ำมันบนกระป๋องสังกะสีที่ร้านให้อย่างตั้งใจและมีเสน่ห์น่าประทับใจ ยันที่ย้ำหลายครั้งตอนเมาว่าประทับใจกับการเริ่มต้นร้านของเรา ในความหลายหลากของคนที่ผมรู้จัก ผมยังได้ทำความเข้าใจกับปมความขัดแย้งที่เร้นอยู่ในปาย หากกระนั้นผมกลับเห็นเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในทุกสังคม ไม่ว่าจะในปาย ในบางน้ำเปรี้ยวในกรุงเทพ สนามหลวง ลานพระรูป หน้ารัฐสภา หรือสนามบินสุวรรณภูมิ ในกัวลาลัมเปอร์ ในซานฟรานซิสโก ในแอร์เฟิร์ต ในมัทดราส หรือในนิวยอร์ค ทุกปมแย้งล้วนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน บ้างก็มาจากอัตตา บ้างก็มาจากผลประโยชน์ บ้างก็มาจากการไม่ถูกชะตาอย่างไม่มีเหตุผล ผมไม่เห็นความแตกต่างระหว่างเหลือง ระหว่างแดง มากหรือน้อยไปกว่าปมที่ผมเห็นในปาย เพียงแต่เหลืองแดงเป็นกลุ่มมีคนเชิด มีเครือข่ายโยงใยอย่างเป็นระบบ แต่ในปายต่างคนต่างเป็นปัจเจก ต่างคนต่างมีดี มีความเป็นตัวของตัวเองแบบขำ แบบฮา แบบสุดโต่ง แบบมันส์ แบบเมา แบบเรามีเรา และมีความเป็นศิลปินซึ่งหลุดพ้นจากการถูกครอบงำของเงินจากกระเป๋าคนอื่น ประเด็นที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถาปัตยกรรมที่ขัดตา เรื่องการเอาเปรียบกัน เรื่องภาษีป้ายเรื่องการลอกเลียนแบบสินค้า เรื่องนินทา เรื่องการไม่ชอบขี้หน้าส่วนตัว ล้วนเป็นประเด็นสำคัญ และเป็นสาระทั้งสิ้น กระนั้นก็ตามผมยังเห็นการอยู่ร่วมกัน การพบกันครึ่งทาง การเคารพซึ่งกันและกันบนความต่าง ไปพร้อมกันด้วย เพียงแต่บางทีเส้นขนานบนแผ่นกระดาษที่ไม่อาจเจอกันมันอาจจะยังขาดปัจจัยเกื้อหนุนให้มันมาเจอกัน ถ้าเปรียบการขีดเส้นบนแผ่นกระดาษคือการดำเนินชีวิตและการมีลมหายใจ ถ้าเปรียบว่าการขีดเส้นของแต่ละคนลากไปจนสุดขอบกระดาษเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องขีดเส้นต่อเนื่องต่อไปเพื่อไม่ให้สิ้นลมหายใจ บางทีการขีดเส้นย้อนกลับหรือทำลูกศรขึ้นลงบนแผ่นกระดาษแผ่นเดิมอาจทำให้เส้นขนานนั้นมาเจอกันโดยบังเอิญ โดยไม่ตั้งใจ ใครจะรู้

การขีดเส้นย้อนศรขึ้นลงบนแผ่นกระดาษนั้นอาจจะทำให้เกิดศิลปะงดงามจากความร่วมมือกันสร้างงานศิลปะแบบไม่ตั้งใจก็เป็นได้ เพียงแต่เราต่างพร้อมที่จะทำความเข้าใจกับความหมายของคำว่าปล่อยวาง บางทีบางคนบางกลุ่มอาจเริ่มลองลากเส้นโค้ง เส้นเว้า ชี้ศรขึ้น ลง ซิ๊กแซก กลม รี เส้นขวาง หรือเส้นอื่นๆ ที่แล้วแต่จินตนาการของใครจะไปได้ถึงแค่ไหนอย่างไร ไม่ให้เส้นมันตรงแด่วตึงแน่น อึดอัด โดดเดี่ยวและไม่เชื่อมโยง เราอาจได้เห็นความสัมพันธ์ ความลงตัวอย่างที่เราไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้ก็เป็นได้ บางทีเราอาจต้องถอดหัวโขน และตัวตนของตัวเองออกบ้าง วางเฉยบ้าง เพื่อให้ความว่างมันได้ทำงานโดยปราศจากอคติสะสม ที่รังแต่จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง ไม่ใช่ทำร้ายใคร เพราะจะไม่มีใครเสียความรู้สึก หงุดหงิด ขุ่นมัวไปกับเรา นอกจากตัวเราเอง หรือกลุ่มของเราเอง ไม่จำกัดแค่เหลือง แค่แดง อาจเป็น ม่วง เขียว คราม น้ำเงิน หรือเฉดสีกี่ล้านเฉดสีในโลกที่ไม่มีขอบเขตหรือศาสตร์ใดจะตีกรอบได้ ผมกลับเข้ากรุงเทพฯครั้งนี้เพราะรับปากกับรุ่นน้องที่เป็นอาจารย์ที่ ม. เกษตรศาสตร์ เพื่อบรรยายในงานปัจฉิมนิเทศให้กับนิสิตภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร์ เป็นโจทย์ที่ผมไม่เคยปฏิเสธตั้งแต่ไหนแต่ไร โน้ตที่ผมเขียนไว้เพื่อสรุปให้กับนักศึกษามีอยู่ว่า ถ้าเราเหมือนกับคนอื่น เราก็ไม่มีความหมายอะไรที่มีตัวตนอยู่บนโลก ความต่างของเรา ถึงวันนี้เราภูมิใจได้หรือยัง เรายังเห็นว่าการสอบเอ็นทร้านซ์ติดเป็นเหตุการณ์ที่เราภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตอยู่อีกหรือ เราอาจต้องหาตัวเองให้เจอ เพื่ออย่างน้อยเราจะรู้คุณค่าของตัวเองอย่างต่อเนื่อง มีความสุขกับทุกก้าวย่างของชีวิต ไม่ใช่รอให้เป้าหมายสำเร็จแล้วค่อยอิ่มสุข เรารู้สิทธิพิเศษแห่งความเป็นตัวเราหรือยัง รู้ความต่างของตัวเองที่จะช่วยเติมเต็ม ช่วยต่อยอดให้สิ่งที่ขาดในสังคมรึเปล่า ถ้าน้องๆ ทุกคนที่นั่งอยู่ในนี้เป็นเพชร เพชรเม็ดนี้ยังต้องเจียรนัยมุมไหนเหลี่ยมไหนเพิ่มอีก น้องต้องหาให้เจอด้วยตัวของน้องๆ เอง เราทุกคนยังต้องเจียรนัยตัวเองจนวันสุดท้ายของชีวิต เพราะไม่มีโมเดลหรือต้นแบบแห่งความสำเร็จของชีวิตไหนๆ ที่เราจะลอกเลียนแบบได้อย่างลงตัว ชีวิตใครจะเป็นต้นแบบที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราได้ดีกว่าตัวเราเอง ใครจะตามเรา เราจะตามใคร ไปเพื่ออะไรกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นเราอาจไม่จำเป็นต้องเปลืองทรัพยากรโลกเพราะการดำรงอยู่ของเราก็คงได้ ในเมื่อเราคิดเองไม่เป็น ทำเองไม่ได้ เราต้องสร้างต้นแบบชีวิตของตัวเราเอง ท้ายที่สุดเราเองจะเป็นผู้กำหนด ว่าในความเป็นเราที่แตกต่าง เราทำอะไรให้โลกต่างจากที่เป็นอยู่อย่างสร้างสรรค์และจรรโลงได้บ้าง ผมเหลือบมองพระสุทินมหานาโถ วัดโบสถ์ ปทุมธานีที่เป็นวิทยากรบรรยายก่อนหน้าผม ท่านยิ้ม พยักหน้า ส่งสัญญาณอบอุ่นว่า โยม ว่าต่อไปสิ พี่ก็ได้แค่พูด พี่เองยังต้องเจียรนัยตัวเองอยู่เลยในวัย 40 แต่เดี๋ยวนะ พี่ว่าทั้งหลายทั้งปวงที่พูดกันมาในวันนี้ ไม่มีความหมายเท่า กาลามสูตร ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เมื่อ 2552 ปีที่แล้ว ครับ น้องๆ ต้องไปค้นพบสิ่งที่จะเจอนับจากวันที่ก้าวจากรั้วสีเขียวนี้ไป ด้วยตัวน้องเอง ผมกำลังจะกลับเข้าปายเป็นครั้งที่ 4 ในระยะเวลาไม่ถึงสองเดือน ครั้งนี้ผมจะผ่านสามแยกก่อนถึงปายพร้อม แม่ พี่ชายและพี่สาว ความตื่นเต้นไม่ได้ลดลง แต่ผมกลับมีแต่ความมั่นใจว่าผมไม่โดดเดี่ยวแน่ที่ปาย ผมรู้ว่ามีคนรอผมอยู่ที่ปาย ผมตื่นเต้นที่จะได้ฉลองครบรอบสองเดือนการตัดสินใจมาอยู่ปาย และครบรอบสองเดือนในหลายเรื่องอื่นๆ ที่ปาย ถามผมว่าเสน่ห์ของปายอยู่ที่ไหน ?ผมตอบไม่ได้ครับ ผมรู้เพียงว่าปายเป็นแรงบันดาลใจ เป็นศูนย์รวมพลังให้ผมทำกิจกรรมชีวิตในรอบไม่ถึงสองเดือนได้มากกว่าช่วงห้าปีรวมกันที่ผ่านมา 22 กุมภาพันธ์ 2552เที่ยงคืนสี่สิบห้านาทีบ้านบางน้ำเปรี้ยว

Popularity: 27% [?]

4 Comments For This Post

  1. พื้นที่เล็ก ๆ Says:

    เขียนได้น่าอ่านดีนะ…..
    ทุกคนล้วนต้องการพื้นที่เล็ก ๆ ที่สงบสุขของตน
    ในมุมมองที่แตกต่างกันไป เขยิบให้กันและกันบ้าง สิ่งที่ได้กลับคืนอาจจะสวยงามยิ่งกว่า

  2. ก้อง Says:

    ขอบคุณครับ บางทีพอเจออะไรที่มันไม่มีทางลงตัว เราเองอาจต้องถอยมาตั้งหลักใหม่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคิดอยากให้มันลงตัว แล้วมันจะลงตัวได้เสมอไป ปัจจัยภายนอกที่ไม่ใช่ตัวเราควบคุมยาก บางทีตัวเราเองก็ควบคุมตัวเองยากเหมือนกัน

  3. opel Says:

    ขอยืมคำพูดนี้ของพี่บิ๊ก ร้านช่วงที่เราแวะมา มาใช้

    “ถ้าคนเราชอบอะไรเหมือนกันหมด ป่านนี้ก็คงมีปั๋วคนเดียวกันไปหมดแล้ว”

  4. พระสุทิน Says:

    อ่านแล้วได้ความรู้สึกดี…จำชื่อพระได้ด้วย

Leave a Reply

  • Popular
  • Latest
  • Comments
  • Tags
  • Subscribe
Advertise Here