Posted on 13 March 2009 by Pai-lovers
หากเฮือกสุดท้ายของลมหายใจชีวิตของเรา จะต้องเป็นเฮือกสุดท้ายบนถนนกลางห้าแยกลาดพร้าว พร้อมกกลิ่นคาวเลือดของตัวเราะเอง
เสียงสุดท้ายที่จะได้ยินคือเสียงหวอของรถฉุกเฉินโรงพยาบาลเมโย
และภาพสุดท้ายที่เราจะได้เห็นคือภาพแสงไฟวิบวับของรถปอเต็กตึ๊งที่กำลังวิ่งเข้ามาให้ใกล้ร่างของตัวเราให้มากที่สุด
หากเรายังเหลือเวลาแห่งชีวิตอีกไม่มากนับขณะจากวินาทีนี้
หรือหากวันนี้คือวันสุดท้ายของชีิิวิตของเราที่จะได้เห็นโลกหลากมุมหลายองศา เราควรจะเตรียมคำบอกลาและการกระทำสุดท้ายต่อคนที่เรารัก
หรือแสดงความกตัญญูต่อคนที่ผ่านมาในชีิวิตที่หล่อหลอมให้เราเป็นตัวเราในวันนี้
หรือ สถานที่ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ ประเทศชาติที่เรามีส่วนร่วมเสพทรัพยากร บ้างหรือไม่อย่างไร
ในขณะที่ผมง่วนกับหลายกิจกรรมในชีวิต สิ่งที่เริ่มต้นทำหลายอย่างเริ่มก่อร่างสร้างตัว ทั้งร้านดอกไม้ในปาย
ที่ตอนนี้แผ่วลงตามฤดูกาลที่เข้าหน้าโลว์
ตามศัพท์ที่ทุกคนที่ทำธุรกิจในปายคุ้นเคยดี
ทั้งไก่ย่างห้าดาว ณ บ้านบางน้ำเปรี้ยว ที่มีเรื่องชวนปวดหัวจนต้องทะเลาะกับแม่
ผมทะเลาะกับแม่เถียงแม่น้อยมากตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผิดกับพี่สาวที่ทุกคนในบ้านจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา
พอผมเถียงแม่มันเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่กระทบความรู้สึกของทุกคนในบ้านค่อนข้างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวแม่เอง
ทั้งยังมีการรับช่วงต่อพนักงานของบริษัทฯฝรั่ง+แขกที่ผมรับหน้าเสื่อเป็นผู้บุกเบิกเมื่อสองปีที่แล้ว
ด้วยการเปิดบริษัทฯใหม่ในกรุงเทพเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจเดิมที่ผมคลุกคลีมากว่าห้าปี แต่ใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิตในการมีความสุขกับมัน
เหตุแห่งการปิดตัวก็หนีไม่พ้นเศรษฐกิจโลกที่ย้ำแย่ และวิกฤตลงทุกวัน
ทั้งยังมีโปรเจคย่อย โปรเจคใหญ่ ระยะสั้น ระยะยาว ที่เริ่มจั่วหัวไว้แล้ว ในห้วงเวลาและภาวะที่หลายคนไม่อยากจะเริ่มต้นลงทุน
หรือลงแรงทำอะไรมากมาย
ผมกำลังจะลุกจากโซฟาก็พลันที่หนังสือที่มีใครมาวางไว้ข้างโซฟาหล่นลงพื้น ผมหยิบหนังสืองานศพเพื่อนพี่สาวขึ้นมาจากพื้น
"สบตากับความตาย .....
ผมสะดุด และจุกหน้าอก ตาเริ่มพร่า ที่ระลึกงานศพหลิว เพื่อนพี่สาวที่เคยเที่ยวด้วยกัน เคยมีความรู้สึกดีๆให้กัน แบบที่น้อยคนจะเข้าใจ
นอกจากหลิวที่ตายไปแล้ว
กับผมซึ่งกำลังวิ่งวุ่นกับวังวนชีวิตและมีกิจกรรมมากมายจนใครๆ รอบตัวบอกผมว่า
"พี่ก้องนี่โปรเจครายวัน วันละหลายโปรเจค แล้วจะเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหนเนี่ย"
วันเวลาที่ผมใช้ในปายลดลงมากในเดือนมีนาคม ผมวางแผนอยู่ปายไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำ แต่ผมกลายเป็นคนที่ขาดอากาศที่ปายไม่ได้
ผมนับวันที่จะไปปายแม้ว่าจะมีข่าวฝุ่น ควัน ไฟป่า และอากาศที่ร้อน หนาว สลับกันอย่างไม่สนใจว่า ใครจะปรับตัวได้หรือไม่
มนุษย์เราส่วนมากต้องการความเสถียร
ความมั่นคง ของตายที่คาดเดาได้ อาจจะเป็นเพราะต้องการเลี่ยงอุปสรรค เลี่ยงปัญหา
หรือ จะด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตามแต่ สำหรับผมกลับตรงกันข้าม ผมชอบการผจญภัย ความท้าทาย ความตื่นเต้น ความรู้สึกพีคทางอารมณ
์เมื่อทำอะไรสักอย่างสำเร็จลุล่วงหรือแม้แต่กำลังลงมือทำอะไรสักอย่างอย่างจริงจัง
คงจะมีบางเรื่องแหละที่ผมเองก็ต้องการความเสถียรอยู่เหมือนกัน
แต่ผมแค่ยังไม่แน่ใจว่าผมครอบครองความรู้สึกนั้นจนพร้อมที่จะเผชิญกับทุกอุปสรรคแล้วหรือยัง
หลิวในความทรงจำของผม เป็นคนที่เรื่องเยอะ ชอบทำอะไรเป็นขั้นตอน ชอบวางแผน และชอบความเสถียรในระดับเกินค่าเฉลี่ยของคนธรรมดา
จึงไม่แปลกที่ใครๆรอบตัวหลิวอาจจะรู้สึกว่าหลิวเป็นคนจู้จี้จุกจิก จนถึงน่ารำคาญในบางครั้ง
นั่นคือกรอบที่คนอาจตัดสินคนจากภายนอก แต่หลิวเป็นคนที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อทำอะไรต่อมิอะไรให้ตัวเอง
ความรับผิดชอบ ภาระ และปัจจัยชีวิต ทำให้หลิวไม่ได้สบายเท่า แต้ ที่ตอนนี้ย้ายกลับไปอยู่บ้านนอก ในฉะเชิงเทราแถวตลาดใหม่
ก้อยที่ผจญภัยชีวิตจนคุ้นชินกับแทบทุกกิจกรรมสนุกและชีวิตเข้าสู่สภาวะเสถียรที่แดนไกล และอู๊ดซึ่งมาเรียนกรุงเทพหลายปี
แต่ในที่สุดก็ย้ายกลับไปอยู่บ้านที่ลำปาง
หลิวเป็นหนึ่งใน สี่สาวเพื่อนสนิทที่ผมไปแจมเที่ยวด้วยในหลายโอกาสเมื่อเยาว์วัย
หลิวจากไปด้วยโรคมะเร็ง ด้วยความทรมานจากความเจ็บปวด ผมเชื่ออย่างนั้น พ่อผมก็จากไปด้วยโรคมะเร็ง
แทบจะคาเข็มมอร์ฟีนที่ช่วยผ่อนความเจ็บปวดในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต
ขณะที่ผมตาพร่าล้นทะลักออกมาจากการทบทวนอดีตเงียบๆ คนเดียว แวบความคิดเกี่ยวกับความตายของตัวเองก็แล่นขึ้นสมอง
ผมกำลังนั่งนับถอยหลังถึงวาระสุดท้ายเช่นกัน ประสบการณ์ ความรู้ ความคิด จินตนาการ ยาอายุวัฒนะ นิสัย สันดาน
จะหยุดทำงานทันทีเมื่อวาระนั้นมาถึง
หรือมันจะยังทำงานต่อในมิติที่ต่างออกไปกันนะ
มรณะสติวันละสามเวลาที่ผมเคยอ่านในหนังสือธรรมะ ว่าจะช่วยให้เราเห็นคุณค่าของทุกขณะเวลาของชีวิตที่ผ่านไป
หวนกลับมาในความทรงจำของผมอีกครั้ง
ผมแทบจะลืมไปแล้วว่าผมควรจะมีมรณะสติ เพื่อความไม่ประมาทในการดำรงชีวิต
ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าผมกำลังประมาทกับชีวิตเกินไปรึเปล่า แรงบันดาลใจที่ผมได้จากปาย
จนผมกลายเป็นคนไฮเปอร์สุดขั้วในสายตาของคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงสองสามเดือนมานี้มันมีความหมายต่อชีวิตผมจริงๆละหรือ
หากผมต้องตายไปในเวลาอันใกล้นี้
ผมสับสนจังครับ การอยู่เฉยๆ จะดีกว่าไม๊ถ้าในที่สุดเราทุกคนก็ต้องตาย การตายไปก่อนที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจสำเร็จในช่วงชีวิตเรา
จะส่งผลให้สิ่งที่เราทำค้างไว้ไม่มีใครสานต่อหรือเปล่า
ข้อเขียนเกี่ยวกับสมาธิ เกี่ยวกับการดำรงตนด้วยสติ จากคนคุ้นเคยเมื่อสัปดาห์ก่อน แวบเข้าสมองของผมจนผมต้องย้อนกลับไปอ่านอีกครั้ง
ผมดีใจที่แผนกลับเข้าปายของผมใกล้เข้ามาแล้ว
ผมจะกลับไปฝึกวิทยายุทธชีวิตเพิ่มเติมกับสังคมในปาย
ผมกำลังจะเข้าไปทำแบบฝึกหัดชีวิตจากบทเรียนที่ได้รับการถ่ายทอดทั้งทางตรงและทางอ้อมจากผู้คนหลากหลายในปาย
ผมจะเข้าไปเก็บความรู้สึกจากสัมผัสทางใจของคนในปาย เพราะผมยังไม่อยากตาย
ผมยังอยากเห็นคุณค่าชีวิต และยังอยากอยู่ร่วมโลกกับมนุษย์หลากรูปแบบหลายเผ่าพันธุ์
ก่อนที่ผมจะตาย ผมอยากได้ใช้เวลาอย่างมีค่านั่งจิบกาแฟ คุยกับผู้คน แลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิต
ดูแลความรู้สึกซึ่งกันและกัน จุดประกายความฝันของกันและกัน
ไปดูตัวอย่างและไปเป็นตัวอย่างทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวอย่างติดขอบจอที่ไม่อาจทำได้ในสังคมกรุงเทพ
ผมต้องไปปายเพราะยังไม่อยากต้องไปเคาะโลงคุยกับคนที่ผมต้องการจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และใช้เวลาอยู่ด้วย ไปคราวนี้ผมจะนิ่งๆ
ไม่ทำอะไรเพื่อตรวจสอบความรู้สึกตัวเอง
และดื่มด่ำกับปายในอีกรูปแบบที่ไม่ต้องมีพันธนาการทางธุรกิจ
แล้วผมจะเล่าให้ฟังว่าผมได้อะไรหรือไม่จากแผนแบบฝึกหัดครั้งนี้
ก้อง
บ้านพหลโยธิน กรุงเทพฯ
3:53 น
13 มีนาคม 2552
March 13th, 2009 at 2:25 pm
อ่ะ อยากอ่านให้ครบ และจบแบบสมบูรณ์จังค่ะ ตอนนี้ ตัวหนังสือบางส่วน มันถูก Ilove Pai Photo Contest บังอ่ะค่ะ
ช่วยด้วย ช่วยด้วย อยากอ่านให้ครบและจบด้วยใจระทึก ค่ะ
March 14th, 2009 at 6:45 am
ตรวจดูแล้ว คิดว่าน่าจะเป็น browser ด้วย firefox ใช่ัมั้ยครับ มันเลยบัง ลองเปลี่ยนเป็น IE เปิดดูนะครับจะอ่านได้ครับ
ที่สำคัญคือเรื่องที่พี่ก้องเขียนมันยาวทำให้ต้องเลื่อนแถบตาม เด๋วยังไงผมจะลองปรับบรรดทัดดูให้ครับ
April 9th, 2009 at 2:56 am
แวะมาเคาะ ก๊อก ๆ ๆ
June 24th, 2009 at 3:53 am
ไปปายครั้งแรกค่ะ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก่อนไปไม่มีเวลาเข้ามาอ่าน เพิ่งจะอ่าน รออ่านบทต่อไปอยู่น่ะค่ะคุณก้อง
June 24th, 2009 at 5:09 am
ผมก็รอพี่ก้องมาเขียนใหม่อยู่ครับ พี่ก้องหายไปเลย เหอๆๆ
October 25th, 2009 at 6:59 pm
งานเขียนสะท้อนสัจธรรมดีค่ะ คนเรามัวแต่สนใจแต่เรื่องธุรกิจ ปากท้อง
บางทีเราลืมคิดถึงความสุขที่แท้จริง ของตัว
มารู้ตัวอีกที อาจจะสายไปแล้วก็ได้
งั้นใครอยากทำอะไรก็รีบๆ ทำเข้าไป จะได้ไม่เสียใจตอนที่ไม่ได้อยู่ทำ
ปล. ข้อเขียนมันกลืนเข้าไปในอีกคอลัมน์ขวามือจริงๆ ด้วยค่ะ
เลยดูขาดๆ ไป
November 19th, 2009 at 5:34 am
ไม่รู้ว่าพี่เป้นใคร บังเอิญผ่านเข้ามานะคะ เเต่เมื่อได้อ่านที่พี่เขียนเเล้ว รู้สึกรัก พี่ มากจิงจิง อย่าเพิ่งคิดว่าดิวบ้านะคะ อยู่ดี ๆ ก้มาบอกอะไรก็ไม่รู้ เเต่ว่าชอบเองที่พี่เขียนมากเลยค่ะ รู้สึกว่าโลกนี้ยังมีอารัยอีกมากมาย กว่าที่ดิวกำลังทำอยู่ตอนนี้
ขอให้พี่พบความสุขที่พี่ต้องการที่ ปาย นะคะ
สักวันฉันจะต้องไป
December 18th, 2009 at 11:39 am
ชอบมากๆๆเรยข๊ะ!! อ่านเร้วรุ้สึกดี ทำหั้ยรุ้ว่า ชีวิตนี้มีอะรัยอิกเยอะเรย!!! ^^
January 5th, 2010 at 1:10 pm
แวะมาทักทายครับ
อ่านแล้วได้ข้อคิดมากเลย
January 12th, 2010 at 10:14 am
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆหรือ คนอื่นๆจะเรียกมันว่าอะไรก็ตาม แต่สำหรับดิฉัน ขอเรียกมันว่า บทความชีวิต นะคะ
ดิฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ปายเมื่อสิ้นปี 52-1 มค 53 หลายคนถามดิฉันว่า การไปเที่ยวคนดียวมันจะสนุกอะไร ทันทีที่ก้าวขาขึ้นรถเดินทางลำพังคนเดียว ดิฉันนึกถึงคำถามที่เพื่อนๆถาม และดิฉันก็ได้คำตอบทันที ความนิ่งสงบ และบรรยากาศข้างหน้าที่รอเราอยู่ นั่นแหละ คือความสนุก
ดิฉันกำลังจะเดินทางไปอีกรอบ ที่ 2 ฉันคิดว่า ฉันหลงรัก เมืองน่ารักๆเล็กๆแห่งนี้เข้าแล้วล่ะ
February 13th, 2010 at 6:15 am
ผ่านมาเลยแวบมาอ่านใด้ข้อคิดดีๆมากมายเลยนะครับ
ขอบคุนนะครับที่เอาเรื่องมาแชร์ให้คนอื่นๆ
อย่าประมาทกันนะครับทุกคนเวลาไม่มีมากอย่างที่เราคิดเสมอนะครับ
April 9th, 2010 at 4:56 am
เที่ยวปายแล้วไปไหนต่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ใหม่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนอำเภอขุยวม หมู่บ้านห้วยต้นนุ่นไปดูต้นนุ่นกัน
April 9th, 2010 at 5:01 am
สะท้อนถึงความเจริญออกสู่ชนบท สวัสดีครับผมเรียนจบที่ปาย เมื่อก่อนอำเภอปายเป็นอำเภอที่เงียบสงบมีคนมาท่องเที่ยวบ้างบางตา แตกต่างจากตอนนี้มากทุกอยางเปลี่ยนไป