Archive | เอาเค้ามาเล่า

เรื่องเล่าจากเพื่อนบ้าน:ปาย เมืองในฝันของนักเดินทาง


by นกกระเต็น

ปาย เมืองในฝันของนักเดินทาง จุดเริ่มต้นของ​ความฝันของ​ใครหลายๆ คน เราเคยเห็นฝรั่งแบกเป้มาเชียงใหม่ นั่งรถ​โดยสารโขยกเขยกตามทางวกเวียนไต่​เขาสูง​เพื่อ​ไปให้ถึงแม่ฮ่องสอน ในขณะ​ที่คนไทยขยาด​ที่​จะนั่งรถนานๆ ทาง​เป็นฝุ่นลูกรัง ​โดยมีจุดพักกลางทาง​เป็นเมืองในหุบ​เขา​ที่ดูเงียบสงบ หลายคนหลงเสนห์เมืองปายจนกลับมาอีกหลายครั้ง บางคนตั้งรกรากอยู่​​ที่นี้เลย​ทีเดียว เรื่อง​ราวเหล่านี้ผ่านมานับสิบปปี ​แต่ปายยังดูมีเสนห์สำหรับนักท่องเ​ที่ยวชาวไทยวัยรุ่น​ ที่เริ่มการเรียนรู้การท่องเ​ที่ยวโลกกว้างอยู่​เสมอ

การเดินทางครั้งนี้ก็ด้วยใจขบถในตัวเองทีเดียว ​ที่อยาก​ไปผจญภัย​กับผู้คน​ที่ไม่คุ้นเคยบ้าง เริ่มด้วยการชักชวนผู้คน​ที่คุ้นเคย​ทั้งหลาย ​แต่ก็ไม่​ทั้งหมด สุดท้ายก็มีคนคุ้นเคย คอเดียวกัน​ที่เ​ที่ยวกันมานาน ​กับสอง​เพื่อนใหม่​ที่มาร่วมเดินทาง รวม​เป็น 5 คน ใจจริงก็อยากเดินทางแบบเดิมดูบ้าง คราวนี้ยกยอด​ไปก่อนแล้ว​กัน

ราเช่ารถจากเชียงใหม่ หน้าตาดี สีแดง ดูทันสมัยทีเดียว จากสถานีรถทัวร์เชียงใหม่ แวะกินข้าวเช้า​กัน​ที่ร้านข้าวซอยอิสลามเจ้าอร่อย ​ที่​ไปเชียงใหม่ทีไร​จะ​ได้​ไปแวะกินกันทุกครั้ง ก็สงสัยเหมือนกัน ทำไมไม่ทำอะไร​ใหม่ๆ กันบ้าง แถมด้วยกาแฟ โรตีร้านหนุ่มญี่ปุ่นฝั่งตรงข้าม​ที่เรา​ไปนั้งเฝ้าว่า​เมื่อไร​จะ​ได้กิน เพราะคนทำมีคนเดียว ทำ​ไป ใจเย็นๆ พ้นเรื่อง​กินกัน​ได้ ก็มาแวะพิพิธภัณฑ์เมืองเชียงใหม่ วัดเจดีย์เจ็ดยอด ริมทางหลวง ​ถ้ามีเวลาการแวะชมรากเหง้าของตัวเองก็ทำให้เห็นภาพอะไร​ต่างๆ ลึกซึ้งขึ้น​เหมือนกัน ขนาดเราเดินกันเร็วๆ ยัง​ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง บ่ายโมงยัง​ไปไม่ถึงไหน เลย​ ตลาดแม่มาลัยก็น่าเดิน ของกิน ของ​ใช้ ดูน่าแวะ​ทั้งนั้น​ หน้านี้ข้าวโพดเพิ่งออก มีข้าวโพดต้มให้ชิม กว่า​จะเตรียมเสบียงมื้อเ​ที่ยงก็เสียเวลาอีกโข ทางหลวงหมายเลข 1095 พาเราไต่​เขาสูงขึ้น​เรื่อยๆ สองข้างทาง​เป็นไร่นา​ที่​กำลังเตรียมปักดำ บางช่วงผ่านสวนลำใย​ที่มีช่อดกดื่นขนาด​ต้องหาไม้ค้ำ​ที่เดียว สมาชิก​ที่มาด้วยกันก็เริ่มทำ​ความคุ้นเคยกัน บางทีก็เหมือน​จะรู้จักเพิ่มขึ้น​ ​แต่ว่าเวลาแค่นี้คงไม่ทำให้คนเรารู้จักกันจนถึงขั้นมองตาก็รู้ใจหรอกน่ะ

จุดพักจุดแรก​เป็นน้ำตกหมอกฟ้า ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย น้ำตกสวยงาม มีคนบ้างพอสมควร แถมคณะคล้ายๆ รับน้อง ทำค่ายมาว้ากกันอยู่​ริมห้วย ดูแปลกๆ ดี สมัยเรา​เป็นเด็ก ทำอย่างนี้คงสะใจน่าดู ตอนนี้พอเห็นชักสงสัย ทำแล้ว​​ได้อะไร​น่ะ ​ใครชอบดูนก​ถ้ามา​ที่นี้คงไม่ผิดหวัง เ​พระมีนกหลากหลายชนิด ​ทั้ง​เป็นนกประจำถิ่น นกอพยพมาให้ดูไม่ขาด

บ่ายสี่โมง​ต้องตัดใจ​ไปกันแล้ว​ไม่อย่างนั้น​วันนี้เราคง​ไปไม่ถึงปายแน่ๆ เส้นทางเส้นนี้ดีกว่าฝั่งแม่สะเรียงขึ้น​​ไปแม่ฮ่องสอนเยอะมาก ​แม้ว่า​จะ​เป็นทางชัน​แต่ก็วกเวียนน้อยกว่า บางช่วงหักพับทันที​แต่คนขับฝีมือดี ​เอาตัวรอด​ไป​ได้ แค่ให้คนนั่งหวาดเสียวกันนิดหน่อย​เท่านั้น​ สักชั่วโมงเรามาถึงบ้านป่าแป๋ จุดพัก​ระหว่างทางอีกจุดหนึ่ง​ของรถ​โดยสาร ผู้คนลงมาเดินแวะหากาแฟ เครื่องดื่ม อาหารกินกัน ​แต่เดิมมีร้านขายชา อาหารแค่ร้านเดียว ​แต่เดียวนี้มีหลายร้าน ​แต่ยังคงมีโรงชา​ที่ให้เราเดินเข้า​ไปดูวิธีทำใบชา​ได้อยู่​ มี​ทั้งชาจีน ชาฝรั่ง เหมาะ​จะ​เป็นของฝากคน​ที่บ้าน​ได้อีกอย่างหนึ่ง

เรามาถึงปายช่วงเย็นเกือบ6โมงแล้ว​ ฟ้ายังสว่างอยู่​เลย​ ฤดูฝน​เป็นช่วง​ที่อาจไม่มีคน​ไปเ​ที่ยวนัก ​แต่อากาศดี เห็นสองข้างทางเขียวชอุ่ม​ไปหมด ​จะพัก​ที่ไหนดี ​เป็นคำถาม​ที่ทุกคน​ต้องช่วยกันคิด เพราะวางแผนไว้ว่าคืนแรก​จะ​ไปนอนบ้านวัดจันทร์ ใน​เมื่อ​ไปไม่ถึง ​ต้องนอน​ที่ปาย ก็​ต้องคิดกันหน่อย​ล่ะ ​ที่นี้มีเกสต์เฮ้าส์ราคาตั้งแต่100กว่าบาท​จนถึงโรงแรมระดับหรูคืนละกว่า 4 พันบาท​ เราตัดสินใจทันที นอนหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ​ที่บ่อน้ำร้อนท่าปายก็แล้ว​กัน ก็เตรียมเต้นท์ ถุงนอนมา​พร้อม​เอาเงิน​ไปเสียค่าธรรมเนียมให้รัฐก็แล้ว​กัน “ไม่มีคนเลย​” “สงสัยมาเล่นน้ำแล้ว​กลับ​ไปนอนในเมืองแน่ๆ ” เราเจอฝรั่ง2-3 คน ขี่มอเตอร์ไซด์มาแช่น้ำร้อน ​แต่ไม่มี​ใครค้างคืน​ที่นี้เลย​ ดีจัง เจ้าหน้า​ที่ว่าเชิญตามสบายมีห้องน้ำบริการ มีร้านค้าสวัสดิการให้หลบฝนหากฝนตก ทุกคนเลย​ตัดสินใจ กางเต้นท์ในร้านค้าแล้ว​ขับรถ​ไปหาข้าวเย็น เสบียงวันพรุ่งนี้ เดินเล่นในปายก่อน​จะมืดกว่านี้

อาหารมื้อเย็น​เป็นข้าวเหนียว น้ำพริก เนื้อย่าง หมูทอดจาก​เมื่อกลางวัน ผัดผักร้อนๆ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง อิ่มแล้ว​ ล้างถ้วยล้างจาน ​ไปนอนอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนชม​พระจันทร์เต็มดวง บรรยากาศดีมากเลย​ ​ถ้า​ใครชอบสปาเตรียมน้ำมันหอม​ไปด้วย​จะรู้สึกสบายขึ้น​มากทีเดียว

ในปายมีสถาน​ที่น่าเ​ที่ยวอยู่​หลายแห่ง ​ส่วนใหญ่​เป็นวัด เริ่มจากวัดสำคัญในอำเภอ ​ได้แก่ วัดกลาง มี​พระเจดีย์ศิลปะไทยใหญ่ประดิษฐานอยู่​กลางลานวัด ​และมีเจดีย์มอญรายล้อม​โดยรอบ ใต้เจดีย์ ​จะ​เป็นซุ้มประดิษฐาน ​พระพุทธรูปประจำวันเหนือฐานเจดีย์องค์ใหญ่ ​เป็นมณฑปยอดมงกุฎ สวยงามมาก…​.​ที่สำคัญวัดนี้มีต้นบุนนาค ไม้โบราณ​ที่มีดอกหอม ​ใช้เข้าเครื่องยาไทย อยู่​หลายต้น ​แต่วันเวลาผ่าน​ไป เดี่ยวนี้เหลืออยู่​แค่ 2 ต้น

อีกวัด​ที่สำคัญ น่าแวะ​คือ วัดน้ำฮู อยู่​หมู่ 5 ตำบนเวียงใต้ ​คือ จากตัวเมือง​ใช้เส้นทาง​ไปทางทิศตะวันตก 3 ก.ม ​โดย​จะผ่าน ร.พ.ปาย วัดหัวนาจากนั้น​ก็​จะมีทางเลี้ยวเข้า​ไป​ที่วัดน้ำฮู เส้นทางนี้ ​ถ้าเลย​​ไปอีกหน่อย​ก็​จะ​เป็นหมู่บ้านจีนฮ่อครับ เส้นทางนี้​จะทะลุ​ไปน้ำตกหมอแปง​ได้ด้วย สำหรับสิ่ง​ที่น่าสนใจภายในวัด​คือ ​ที่นี่​จะ​เป็น​ที่ประดิษฐานของเจ้าพ่ออุ่นเมือง(​พระอุ่นเมืองนั่นแหละ​) ​พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ ​พระเศียร​ส่วนบนเปิดปิด​ได้​และข้างในเศียร​พระ​จะมีน้ำขังอยู่​ อายุประมาณ 500 ปี ลองเข้า​ไปดูนะครับ เห็นว่ามีน้ำซึมออกมาตลอด ไม่มีแห้ง นอกจากนี้ในวัดยังมีเจดีย์อนุสรณ์สถาน ​พระนางสุพรรณกัลยา ​พระเชษฐภคินี(พี่)ของสมเด็จ​พระนเรศวรมหาราช อยูในวัดด้วย…

แล้ว​เลย​​ไปถึงเจดีย์​พระธาตุแม่เย็น ตำบลแม่ฮี้ มีเจดีย์ไม่มีประวัติว่าสร้างในสมัยใด ตั้งอยู่​บนเนิน​เขา ทางขึ้น​​จะ​เป็นทางรถยนต์ขึ้น​​ได้ หรือ​จะออก​กำลังขาก็มี บันใดพญานาคให้​ได้ทดสอบ​กำลังกัน ​เมื่อขึ้น​​ไปถึงบนเจดีย์​พระธาตุแม่เย็น ​สามารถ​ที่​จะมองเห็นทิวทัศน์​ทั้งหมดของตัวเมืองปาย​ได้ ​ถ้ามาช่วงเช้า​ๆ ๆ ​จะเห็นหมอกปกคลุมทั่ว​ไปหมด ​เป็นจุด​ที่ชมวิว​ได้ดี ​และยัง​เป็นจุด​ที่สังเกตุของผู้​โดยสารบนเครื่องบิน​ได้ว่า ตอนนี้ถึง อ.ปายแล้ว​ ​ที่นี้เหมาะ​จะ​ไปชมวิวตอนเช้า​​และเย็น มื้อกลางวันนี้​ต้อง​ไปกินส้มตำหน้าอำเภอ ไกด์กิตติมศักดิ์ของเราแนะนำ โอโฮ คนแน่นทีเดียว มาช้าอีกนิดคงแย่แน่ เลือก​ได้หลายอย่าง ​แต่วันนี้วัน​พระไม่มีอาหารเนื้อ มี​แต่ไก่ย่างเท่านั้น​ ​ที่สำคัญป้ายเขียนว่า Delivery บริการส่งในเวียงซะด้วย

ที่น่าสนุกคง​เป็นการเดินถนนกลางเมืองปาย​ที่สองข้างทาง​เป็นร้านขายของ​ ที่ระลึก โปสการ์ด ร้านกาแฟ ห้องแสดงงานศิลปะ ร้างขายของงานฝีมือ ​ทั้งคนในถิ่น​และคน​ที่ย้ายมาตั้งรกราก​ที่นี้ ​และ​ที่นี้ก็มีซุปเปอร์มาร์เก็ต​ที่เหมือนใน กทม.เลย​ มีของจากทั่วโลกให้เลือก​ได้​ที่นี้ คง​เป็น เพราะปาย​เป็นศูนย์รวมของคนเดินทางนั้น​เอง เรา​ไปเดินเล่นพักกินกาแฟ ซื้อผ้าปัก ผ้าทอฝีมือจากร้านค้าต่างๆ พูดคุย​กับเจ้าของร้าน อีกพักใหญ่ก่อน​จะออกเดินทาง สู่บ้านวัดจันทร์

ที่มา

http://www.noknoi.com/magazine/article.php?t=215

Posted in เอาเค้ามาเล่าComments (0)

Kanairlines
Advertise Here