<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปาย เที่ยวปาย ที่พักปาย มาที่นี่ทีเดียว iLovePai.com &#187; เรื่องเขียน 762 โค้ง</title>
	<atom:link href="http://www.ilovepai.com/th/category/utopai-writer/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.ilovepai.com/th</link>
	<description>รวมพลคนรักปาย ILovePai.com</description>
	<lastBuildDate>Sat, 26 Nov 2011 10:18:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>เคาะโลงคุยกัน</title>
		<link>http://www.ilovepai.com/th/2009/03/13/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.ilovepai.com/th/2009/03/13/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Mar 2009 02:30:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Pai-lovers</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเขียน 762 โค้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ilovepai.com/th/?p=284</guid>
		<description><![CDATA[หากเฮือกสุดท้ายของลมหายใจชีวิตของเรา จะต้องเป็นเฮือกสุดท้ายบนถนนกลางห้าแยกลาดพร้าว พร้อมกกลิ่นคาวเลือดของตัวเราะเอง เสียงสุดท้ายที่จะได้ยินคือเสียงหวอของรถฉุกเฉินโรงพยาบาลเมโย และภาพสุดท้ายที่เราจะได้เห็นคือภาพแสงไฟวิบวับของรถปอเต็กตึ๊งที่กำลังวิ่งเข้ามาให้ใกล้ร่างของตัวเราให้มากที่สุด หากเรายังเหลือเวลาแห่งชีวิตอีกไม่มากนับขณะจากวินาทีนี้ หรือหากวันนี้คือวันสุดท้ายของชีิิวิตของเราที่จะได้เห็นโลกหลากมุมหลายองศา เราควรจะเตรียมคำบอกลาและการกระทำสุดท้ายต่อคนที่เรารัก หรือแสดงความกตัญญูต่อคนที่ผ่านมาในชีิวิตที่หล่อหลอมให้เราเป็นตัวเราในวันนี้ หรือ สถานที่ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ ประเทศชาติที่เรามีส่วนร่วมเสพทรัพยากร บ้างหรือไม่อย่างไร ในขณะที่ผมง่วนกับหลายกิจกรรมในชีวิต สิ่งที่เริ่มต้นทำหลายอย่างเริ่มก่อร่างสร้างตัว ทั้งร้านดอกไม้ในปาย ที่ตอนนี้แผ่วลงตามฤดูกาลที่เข้าหน้าโลว์ ตามศัพท์ที่ทุกคนที่ทำธุรกิจในปายคุ้นเคยดี ทั้งไก่ย่างห้าดาว ณ บ้านบางน้ำเปรี้ยว ที่มีเรื่องชวนปวดหัวจนต้องทะเลาะกับแม่ ผมทะเลาะกับแม่เถียงแม่น้อยมากตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผิดกับพี่สาวที่ทุกคนในบ้านจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา พอผมเถียงแม่มันเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่กระทบความรู้สึกของทุกคนในบ้านค่อนข้างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวแม่เอง ทั้งยังมีการรับช่วงต่อพนักงานของบริษัทฯฝรั่ง+แขกที่ผมรับหน้าเสื่อเป็นผู้บุกเบิกเมื่อสองปีที่แล้ว ด้วยการเปิดบริษัทฯใหม่ในกรุงเทพเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจเดิมที่ผมคลุกคลีมากว่าห้าปี แต่ใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิตในการมีความสุขกับมัน เหตุแห่งการปิดตัวก็หนีไม่พ้นเศรษฐกิจโลกที่ย้ำแย่ และวิกฤตลงทุกวัน ทั้งยังมีโปรเจคย่อย โปรเจคใหญ่ ระยะสั้น ระยะยาว ที่เริ่มจั่วหัวไว้แล้ว ในห้วงเวลาและภาวะที่หลายคนไม่อยากจะเริ่มต้นลงทุน หรือลงแรงทำอะไรมากมาย ผมกำลังจะลุกจากโซฟาก็พลันที่หนังสือที่มีใครมาวางไว้ข้างโซฟาหล่นลงพื้น ผมหยิบหนังสืองานศพเพื่อนพี่สาวขึ้นมาจากพื้น "สบตากับความตาย ..... ผมสะดุด และจุกหน้าอก ตาเริ่มพร่า ที่ระลึกงานศพหลิว เพื่อนพี่สาวที่เคยเที่ยวด้วยกัน เคยมีความรู้สึกดีๆให้กัน แบบที่น้อยคนจะเข้าใจ นอกจากหลิวที่ตายไปแล้ว กับผมซึ่งกำลังวิ่งวุ่นกับวังวนชีวิตและมีกิจกรรมมากมายจนใครๆ รอบตัวบอกผมว่า "พี่ก้องนี่โปรเจครายวัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: left;"><span lang="TH">หากเฮือกสุดท้ายของลมหายใจชีวิตของเรา จะต้องเป็นเฮือกสุดท้ายบนถนนกลางห้าแยกลาดพร้าว พร้อมกกลิ่นคาวเลือดของตัวเราะเอง
เสียงสุดท้ายที่จะได้ยินคือเสียงหวอของรถฉุกเฉินโรงพยาบาลเมโย
และภาพสุดท้ายที่เราจะได้เห็นคือภาพแสงไฟวิบวับของรถปอเต็กตึ๊งที่กำลังวิ่งเข้ามาให้ใกล้ร่างของตัวเราให้มากที่สุด
หากเรายังเหลือเวลาแห่งชีวิตอีกไม่มากนับขณะจากวินาทีนี้
หรือหากวันนี้คือวันสุดท้ายของชีิิวิตของเราที่จะได้เห็นโลกหลากมุมหลายองศา เราควรจะเตรียมคำบอกลาและการกระทำสุดท้ายต่อคนที่เรารัก
หรือแสดงความกตัญญูต่อคนที่ผ่านมาในชีิวิตที่หล่อหลอมให้เราเป็นตัวเราในวันนี้
หรือ สถานที่ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ ประเทศชาติที่เรามีส่วนร่วมเสพทรัพยากร บ้างหรือไม่อย่างไร</span> 

<span lang="TH">ในขณะที่ผมง่วนกับหลายกิจกรรมในชีวิต สิ่งที่เริ่มต้นทำหลายอย่างเริ่มก่อร่างสร้างตัว ทั้งร้านดอกไม้ในปาย
ที่ตอนนี้แผ่วลงตามฤดูกาลที่เข้าหน้าโลว์
ตามศัพท์ที่ทุกคนที่ทำธุรกิจในปายคุ้นเคยดี
ทั้งไก่ย่างห้าดาว ณ บ้านบางน้ำเปรี้ยว ที่มีเรื่องชวนปวดหัวจนต้องทะเลาะกับแม่
ผมทะเลาะกับแม่เถียงแม่น้อยมากตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผิดกับพี่สาวที่ทุกคนในบ้านจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา
พอผมเถียงแม่มันเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่กระทบความรู้สึกของทุกคนในบ้านค่อนข้างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวแม่เอง
ทั้งยังมีการรับช่วงต่อพนักงานของบริษัทฯฝรั่ง+แขกที่ผมรับหน้าเสื่อเป็นผู้บุกเบิกเมื่อสองปีที่แล้ว
ด้วยการเปิดบริษัทฯใหม่ในกรุงเทพเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจเดิมที่ผมคลุกคลีมากว่าห้าปี แต่ใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิตในการมีความสุขกับมัน
เหตุแห่งการปิดตัวก็หนีไม่พ้นเศรษฐกิจโลกที่ย้ำแย่ และวิกฤตลงทุกวัน
ทั้งยังมีโปรเจคย่อย โปรเจคใหญ่ ระยะสั้น ระยะยาว ที่เริ่มจั่วหัวไว้แล้ว ในห้วงเวลาและภาวะที่หลายคนไม่อยากจะเริ่มต้นลงทุน
หรือลงแรงทำอะไรมากมาย</span> 

<span lang="TH">ผมกำลังจะลุกจากโซฟาก็พลันที่หนังสือที่มีใครมาวางไว้ข้างโซฟาหล่นลงพื้น ผมหยิบหนังสืองานศพเพื่อนพี่สาวขึ้นมาจากพื้น
"สบตากับความตาย .....</span>

<span lang="TH">ผมสะดุด และจุกหน้าอก ตาเริ่มพร่า ที่ระลึกงานศพหลิว เพื่อนพี่สาวที่เคยเที่ยวด้วยกัน เคยมีความรู้สึกดีๆให้กัน แบบที่น้อยคนจะเข้าใจ
นอกจากหลิวที่ตายไปแล้ว
กับผมซึ่งกำลังวิ่งวุ่นกับวังวนชีวิตและมีกิจกรรมมากมายจนใครๆ รอบตัวบอกผมว่า
"พี่ก้องนี่โปรเจครายวัน วันละหลายโปรเจค แล้วจะเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหนเนี่ย"</span></pre>
<pre><span lang="TH">วันเวลาที่ผมใช้ในปายลดลงมากในเดือนมีนาคม ผมวางแผนอยู่ปายไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำ แต่ผมกลายเป็นคนที่ขาดอากาศที่ปายไม่ได้
ผมนับวันที่จะไปปายแม้ว่าจะมีข่าวฝุ่น ควัน ไฟป่า และอากาศที่ร้อน หนาว สลับกันอย่างไม่สนใจว่า ใครจะปรับตัวได้หรือไม่
มนุษย์เราส่วนมากต้องการความเสถียร
ความมั่นคง ของตายที่คาดเดาได้ อาจจะเป็นเพราะต้องการเลี่ยงอุปสรรค เลี่ยงปัญหา
หรือ จะด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตามแต่ สำหรับผมกลับตรงกันข้าม ผมชอบการผจญภัย ความท้าทาย ความตื่นเต้น ความรู้สึกพีคทางอารมณ
์เมื่อทำอะไรสักอย่างสำเร็จลุล่วงหรือแม้แต่กำลังลงมือทำอะไรสักอย่างอย่างจริงจัง
คงจะมีบางเรื่องแหละที่ผมเองก็ต้องการความเสถียรอยู่เหมือนกัน
แต่ผมแค่ยังไม่แน่ใจว่าผมครอบครองความรู้สึกนั้นจนพร้อมที่จะเผชิญกับทุกอุปสรรคแล้วหรือยัง</span>

<span lang="TH">หลิวในความทรงจำของผม เป็นคนที่เรื่องเยอะ ชอบทำอะไรเป็นขั้นตอน ชอบวางแผน และชอบความเสถียรในระดับเกินค่าเฉลี่ยของคนธรรมดา
จึงไม่แปลกที่ใครๆรอบตัวหลิวอาจจะรู้สึกว่าหลิวเป็นคนจู้จี้จุกจิก จนถึงน่ารำคาญในบางครั้ง
นั่นคือกรอบที่คนอาจตัดสินคนจากภายนอก แต่หลิวเป็นคนที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อทำอะไรต่อมิอะไรให้ตัวเอง
ความรับผิดชอบ ภาระ และปัจจัยชีวิต ทำให้หลิวไม่ได้สบายเท่า แต้ ที่ตอนนี้ย้ายกลับไปอยู่บ้านนอก ในฉะเชิงเทราแถวตลาดใหม่
ก้อยที่ผจญภัยชีวิตจนคุ้นชินกับแทบทุกกิจกรรมสนุกและชีวิตเข้าสู่สภาวะเสถียรที่แดนไกล และอู๊ดซึ่งมาเรียนกรุงเทพหลายปี
แต่ในที่สุดก็ย้ายกลับไปอยู่บ้านที่ลำปาง
หลิวเป็นหนึ่งใน สี่สาวเพื่อนสนิทที่ผมไปแจมเที่ยวด้วยในหลายโอกาสเมื่อเยาว์วัย</span>
<span lang="TH">หลิวจากไปด้วยโรคมะเร็ง ด้วยความทรมานจากความเจ็บปวด ผมเชื่ออย่างนั้น พ่อผมก็จากไปด้วยโรคมะเร็ง
แทบจะคาเข็มมอร์ฟีนที่ช่วยผ่อนความเจ็บปวดในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต</span>
<span lang="TH">ขณะที่ผมตาพร่าล้นทะลักออกมาจากการทบทวนอดีตเงียบๆ คนเดียว แวบความคิดเกี่ยวกับความตายของตัวเองก็แล่นขึ้นสมอง</span>

<span lang="TH">ผมกำลังนั่งนับถอยหลังถึงวาระสุดท้ายเช่นกัน ประสบการณ์ ความรู้ ความคิด จินตนาการ ยาอายุวัฒนะ นิสัย สันดาน
จะหยุดทำงานทันทีเมื่อวาระนั้นมาถึง
หรือมันจะยังทำงานต่อในมิติที่ต่างออกไปกันนะ
มรณะสติวันละสามเวลาที่ผมเคยอ่านในหนังสือธรรมะ ว่าจะช่วยให้เราเห็นคุณค่าของทุกขณะเวลาของชีวิตที่ผ่านไป
หวนกลับมาในความทรงจำของผมอีกครั้ง
ผมแทบจะลืมไปแล้วว่าผมควรจะมีมรณะสติ เพื่อความไม่ประมาทในการดำรงชีวิต</span>

<span lang="TH">ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าผมกำลังประมาทกับชีวิตเกินไปรึเปล่า แรงบันดาลใจที่ผมได้จากปาย
จนผมกลายเป็นคนไฮเปอร์สุดขั้วในสายตาของคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงสองสามเดือนมานี้มันมีความหมายต่อชีวิตผมจริงๆละหรือ
หากผมต้องตายไปในเวลาอันใกล้นี้</span>
<span lang="TH">ผมสับสนจังครับ การอยู่เฉยๆ จะดีกว่าไม๊ถ้าในที่สุดเราทุกคนก็ต้องตาย การตายไปก่อนที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจสำเร็จในช่วงชีวิตเรา
จะส่งผลให้สิ่งที่เราทำค้างไว้ไม่มีใครสานต่อหรือเปล่า</span>
<span lang="TH">ข้อเขียนเกี่ยวกับสมาธิ เกี่ยวกับการดำรงตนด้วยสติ จากคนคุ้นเคยเมื่อสัปดาห์ก่อน แวบเข้าสมองของผมจนผมต้องย้อนกลับไปอ่านอีกครั้ง
ผมดีใจที่แผนกลับเข้าปายของผมใกล้เข้ามาแล้ว
ผมจะกลับไปฝึกวิทยายุทธชีวิตเพิ่มเติมกับสังคมในปาย</span>

<span lang="TH">ผมกำลังจะเข้าไปทำแบบฝึกหัดชีวิตจากบทเรียนที่ได้รับการถ่ายทอดทั้งทางตรงและทางอ้อมจากผู้คนหลากหลายในปาย
ผมจะเข้าไปเก็บความรู้สึกจากสัมผัสทางใจของคนในปาย เพราะผมยังไม่อยากตาย
ผมยังอยากเห็นคุณค่าชีวิต และยังอยากอยู่ร่วมโลกกับมนุษย์หลากรูปแบบหลายเผ่าพันธุ์
ก่อนที่ผมจะตาย ผมอยากได้ใช้เวลาอย่างมีค่านั่งจิบกาแฟ คุยกับผู้คน แลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิต 

ดูแลความรู้สึกซึ่งกันและกัน จุดประกายความฝันของกันและกัน
ไปดูตัวอย่างและไปเป็นตัวอย่างทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวอย่างติดขอบจอที่ไม่อาจทำได้ในสังคมกรุงเทพ</span>

<span lang="TH">ผมต้องไปปายเพราะยังไม่อยากต้องไปเคาะโลงคุยกับคนที่ผมต้องการจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และใช้เวลาอยู่ด้วย ไปคราวนี้ผมจะนิ่งๆ
ไม่ทำอะไรเพื่อตรวจสอบความรู้สึกตัวเอง
และดื่มด่ำกับปายในอีกรูปแบบที่ไม่ต้องมีพันธนาการทางธุรกิจ</span> 

<span lang="TH">แล้วผมจะเล่าให้ฟังว่าผมได้อะไรหรือไม่จากแผนแบบฝึกหัดครั้งนี้</span>

<span lang="TH">ก้อง</span>

<span lang="TH">บ้านพหลโยธิน กรุงเทพฯ</span>

3:53 <span lang="TH">น</span>

13 <span lang="TH">มีนาคม </span>2552</pre>
<p class="MsoNormal">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ilovepai.com/th/2009/03/13/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>13</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศิลปะการป้องกันตัว</title>
		<link>http://www.ilovepai.com/th/2009/03/06/%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.ilovepai.com/th/2009/03/06/%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2009 15:53:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Pai-lovers</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเขียน 762 โค้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ilovepai.com/th/2009/03/06/%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าของรักถูกทำร้ายที่ปาย เราทำอะไรได้บ้าง ดารินวัยสองขวบกับหนึ่งเดือนของผม ถูกทำร้ายที่ปายครับ ผมฟ้องใครได้บ้าง หรือผมควรอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว อย่างที่ใครหลายคนชอบทำ ไม่หรอกครับ ผมจะไม่เงียบ เพราะแม่สอนให้ไม่ให้เอาเปรียบใคร แต่ในขณะเดียวกัน ก็อย่าให้ใครเอาเปรียบ คำสอนของแม่อาจดังกว่า เพลงของพี่ป้อมและพี่โต๊ะ ที่บอกว่า “ให้มันเป็นไป เป็นไรเรื่องจุดหมาย จะโชคร้ายก็ไม่เสียดาย เป็นไรเป็นไป ไม่เห็นเป็น…ไร” ถ้าอาการ์ต้า คริสตี้ เป็นนักสืบ และเจม บอนส์ 007 เป็นนักสังเกตการณ์ ผมอยากจะเหมาเอาว่า ผมเป็นคนที่มีมิติ คือผมจะไม่เหมารวมเผื่อคนอื่น ผมจะเหมารวมสมาชิกได้แค่หนึ่งคือตัวผมเอง เพราะ ผมยังเห็นความหมาย “Je pense donc je suis.” ในภาษาฝรั่งเศส หรือ ภาษาอังกฤษในความหมายเดียวกันว่า “I think therefore I am.” ในไทย ตามแบบการแปลของผมเองว่า “ฉันเป็นฉันเอง” บังเอิญครับ ที่มันไปคล้องกับ เพลงของพี่แหวน ฐิติมา สุตสุนทร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าของรักถูกทำร้ายที่ปาย เราทำอะไรได้บ้าง</p>
<p><font face="Times New Roman"> </font></p>
<p>ดารินวัยสองขวบกับหนึ่งเดือนของผม ถูกทำร้ายที่ปายครับ ผมฟ้องใครได้บ้าง หรือผมควรอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว อย่างที่ใครหลายคนชอบทำ</p>
<p><font face="Times New Roman"> </font></p>
<p>ไม่หรอกครับ ผมจะไม่เงียบ เพราะแม่สอนให้ไม่ให้เอาเปรียบใคร แต่ในขณะเดียวกัน ก็อย่าให้ใครเอาเปรียบ คำสอนของแม่อาจดังกว่า เพลงของพี่ป้อมและพี่โต๊ะ ที่บอกว่า <font face="Times New Roman">“</font>ให้มันเป็นไป เป็นไรเรื่องจุดหมาย จะโชคร้ายก็ไม่เสียดาย เป็นไรเป็นไป ไม่เห็นเป็น<font face="Times New Roman">…</font>ไร<font face="Times New Roman">” </font></p>
<p><font face="Times New Roman"> </font></p>
<p>ถ้าอาการ์ต้า คริสตี้ เป็นนักสืบ และเจม บอนส์ <font face="Times New Roman">007 </font>เป็นนักสังเกตการณ์ ผมอยากจะเหมาเอาว่า ผมเป็นคนที่มีมิติ คือผมจะไม่เหมารวมเผื่อคนอื่น ผมจะเหมารวมสมาชิกได้แค่หนึ่งคือตัวผมเอง เพราะ ผมยังเห็นความหมาย <font face="Times New Roman">“Je pense donc je suis.” </font>ในภาษาฝรั่งเศส หรือ ภาษาอังกฤษในความหมายเดียวกันว่า  <font face="Times New Roman">“I think therefore I am.”  </font>ในไทย ตามแบบการแปลของผมเองว่า <font face="Times New Roman"> “</font>ฉันเป็นฉันเอง<font face="Times New Roman">” </font>บังเอิญครับ ที่มันไปคล้องกับ เพลงของพี่แหวน ฐิติมา สุตสุนทร หวังว่าเขียนแค่นี้ คีตา หรือ แกรมมี่ คงไม่ตามมาเก็บค่าลิขสิทธิ์<font face="Times New Roman"> </font></p>
<p>การดำรงอยู่ที่แตกต่าง ในมุมของผม อาจอธิบายได้ว่า  ทุกคนควรยอมรับและเห็นคุณค่าความแตกต่าง มากกว่าจะหาพวก ให้เห็นด้วยกับตน<font face="Times New Roman"> </font><font face="Times New Roman">“</font>ถ้าโดนตบหน้าหน้าซ้าย ให้ยื่นหน้าขวาให้ตบ<font face="Times New Roman">”  “</font>เราหยุดแล้ว ท่านหล่ะ หยุดหรือยัง<font face="Times New Roman">” “</font>เวร ย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร<font face="Times New Roman">” “</font>เห็นต่างได้ แต่อย่าถูกกลืน<font face="Times New Roman">” </font>หรือ แม้แต่ <font face="Times New Roman">“</font>จงอย่าถือพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลเลาะห์<font face="Times New Roman">” </font>ล้วนเป็นวาทะแห่งโลก ไม่นับรวมว่า  ท่าน ติช นัท ฮันห์  <a href="http://www.thaiplumvillage.org/about_thay.html">www.thaiplumvillage.org/about_thay.html</a></p>
<p>จะเห็นเช่นไร</p>
<p><font face="Times New Roman"> </font></p>
<p>ไม่ต้องเดาครับ ผมกำลังจะเฉลย   เฉลยว่า ดาริน <font face="Times New Roman">(</font>หรือ <font face="Times New Roman">Darling) </font>มาสด้า สาม ตระกูลญี่ปุ่นของผม ถูกทำร้ายแล้วชิ่งหนี่ หน้าร้านพี่แดง</p>
<p><font face="Times New Roman"> </font></p>
<p>ผมเพียงอยากขอความเห็นว่า <font face="Times New Roman"> </font>ผมจะทำไงดี แจ้งความที่ปายดีไม๊ เพราะตำรวจย่อมดูแลทุกข์สุขของประชาชน หรือผมจะแจ้งไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติดีนะ เพราะที่นั่น อาจมีคนเห็นว่าเสียงผมดังขึ้น หรือ โอบาม่า จะเป็นคนตัดสิน ว่าใครผิดใครถูก กันแน่ กับการที่ดารินของผมถูกทำร้าย</p>
<p><font face="Times New Roman"> </font></p>
<p>บ้านบางน้ำเปรี้ยว</p>
<p><font face="Times New Roman">21:30</font></p>
<p>ศุกร์ก่อนศุกร์ <font face="Times New Roman">13 </font>ในเดือน มีนาคม <font face="Times New Roman">2552</font></p>
<p><font face="Times New Roman"> </font>ก้อง<font face="Times New Roman"> </font> <font face="Times New Roman"> </font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ilovepai.com/th/2009/03/06/%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความขัดแย้งที่ลงตัว</title>
		<link>http://www.ilovepai.com/th/2009/03/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.ilovepai.com/th/2009/03/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2009 07:04:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Pai-lovers</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเขียน 762 โค้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าปาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ilovepai.com/th/2009/03/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าจะมีบทเรียนล้ำค่าที่ผมได้รับจากสถาบันที่ผมเคยเรียน คงจะเป็นประโยคเดียวของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่คอยเตือนสติให้ผม คิดว่าผมจะต้องเดินหน้าต่อไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคอะไรขึ้นในชีวิต “นาย ถ้านายคิดถึงฉัน นายไม่ต้องทำอะไร นายทำงาน” และบทเรียนจากการเห็นความขยันของแม่ ที่หล่อหลอมให้ผมเป็นผมในวันนี้ ปายทำให้ผมได้สะท้อนภาพว่าทำไมอาจารย์ศิลป์ถึงพูดอย่างนั้น และทำไมแม่ถึงขยัน และอดทนกับทุกอุปสรรคของโลกที่แม่ต้องเจอได้ขนาดนี้ ผมยังพบและทำความรู้จักกับผู้คนในปายทุกวัน โอเปิ้ลน้องแรงๆ ที่กล้าคิดกล้าแสดงออกจนบางครั้งผมก็อดเป็นห่วงความมุทะลุของวัยสาวของน้องด้วยเหมือนกัน แป๋วน้องชวนขำที่ทำให้ผมต้องหัวเราะจนน้ำตาไหลกับมุขล้อเลียนดาราชื่อดัง นายอำเภอนพดล ผู้เสนอแนวคิดและมุมมองหลายอย่างที่น่าสนใจและผมแอบเชียร์อยู่ในใจให้พ่อเมืองปายประสบความสำเร็จในเร็ววัน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนพี่วิสูตรที่พยายามเก็บทุกรายละเอียดเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนปาย พี่วรเทพประธานชมรมท่องเที่ยวปายที่เปิดทางให้ผมเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม “ปาย..รัก…สุดขอบฟ้า” วันวาเลนไทน์ของปายพร้อมบัตรคอนเสิร์ต “รักจัดปาย” ฟรี พี่มานะผู้จัดการฮอทสปริงที่ส่งสายตาชื่นชมเวลาที่ผมและหุ้นส่วนทำงานอย่างขมีขมัน พี่อ้อย…ที่ทำให้ผมต้องตกอยู่ในภวังค์ของการฟัง sound track ภาษาที่ไม่คุ้นเคยหลายครั้ง พี่โอ๋ที่เข้ามาเติมเสียงหัวเราะอย่างไม่มีขีดจำกัด รันนี่ที่เล่นบทภรรยาน้อยกลางวงเหล้าอย่างน่ารัก น้องซิ่งที่เมื่อเมาเข้าที่จะแสดงมิติฆาตกรเลือดเย็นอย่างสยอง พี่แอ้มที่แอบมากระซิบให้จัดดอกไม้วันวาเลนไทน์ให้พี่วัชจนผมกับโจลี่ต้องยิ้มอย่างปิติแทนพี่วัช ป้านางที่โดนผมนัดเพื่อขอข้อคิดและเล่าเรื่องปายในอดีต แต่จนแล้วจนรอดผมก็ยังไม่ได้คุยกับแกสักที น้องเบียร์ลูกค้ารายใหญ่อีกรายที่ชื่นชมการจัดดอกไม้ของนายเทียนเป็นพิเศษ น้องแอมที่จัดงบมาให้เราเป็นสื่อเซอร์ไพรส์สาวแถวแยกปายหนาว น้องเมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนที่อำเภอที่เลือกย้ายมาอยู่ปายได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ น้องอาร์มแห่ง www.ilovepai.com ที่ผมต้องหาโอกาสนั่งคุยอย่างจริงๆจังที่ไหนสักแห่งในเร็ววันนี้ ดาบสถาพรที่ประสานงานและอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่อย่างขะมักเขม้นที่อำเภอ ปลัดเดฟที่คุยกับพวกเราอย่างเป็นกันเอง น้องหุยแห่งธนาคารกรุงเทพที่เปิดบัญชีธนาคารให้ผมและสั่งกุหลาบขาว 28 ดอกเพื่อเซอไพรส์วันเกิดให้เพื่อนในวันต่อมา หมออาดัมที่พาผมไปห้องเอ็กซเรย ์พร้อมอธิบายอย่างน่ากลัวก่อนผลเอ็กซเรย์จะออกว่าถ้ากระดูกข้อศอกหักอาจไม่ใช่แค่เข้าเฝือกแต่ต้องผ่าตัดเลยทีเดียว พี่โต๋พี่สร้อยที่เปิดรับฟังข้อเสนอการหาที่ปลูกดอกไม้ของผมและหุ้นส่วนอย่างตั้งใจ น้องติ้งที่เริ่มคุ้นเคยและเล่นหัวกับผมอย่างเป็นกันเอง น้องไผ่ที่ไม่เคยปริปากใดๆกับใครก่อนไม่ว่าผมจะพยายามเริ่มบทสนทนาด้วยอย่างไรก็ตาม หรือแม้แต่พี่น้อย วงพรู [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าจะมีบทเรียนล้ำค่าที่ผมได้รับจากสถาบันที่ผมเคยเรียน คงจะเป็นประโยคเดียวของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี  ที่คอยเตือนสติให้ผม คิดว่าผมจะต้องเดินหน้าต่อไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคอะไรขึ้นในชีวิต <strong><span style="font-family: Times New Roman;">“</span></strong><strong>นาย ถ้านายคิดถึงฉัน นายไม่ต้องทำอะไร นายทำงาน</strong><span style="font-family: Times New Roman;"><strong>”</strong> </span>และบทเรียนจากการเห็นความขยันของแม่ ที่หล่อหลอมให้ผมเป็นผมในวันนี้ <span style="font-family: Times New Roman;"> </span>ปายทำให้ผมได้สะท้อนภาพว่าทำไมอาจารย์ศิลป์ถึงพูดอย่างนั้น และทำไมแม่ถึงขยัน และอดทนกับทุกอุปสรรคของโลกที่แม่ต้องเจอได้ขนาดนี้<span style="font-family: Times New Roman;"> </span>ผมยังพบและทำความรู้จักกับผู้คนในปายทุกวัน</p>
<p><span id="more-232"></span></p>
<p>โอเปิ้ลน้องแรงๆ ที่กล้าคิดกล้าแสดงออกจนบางครั้งผมก็อดเป็นห่วงความมุทะลุของวัยสาวของน้องด้วยเหมือนกัน แป๋วน้องชวนขำที่ทำให้ผมต้องหัวเราะจนน้ำตาไหลกับมุขล้อเลียนดาราชื่อดัง นายอำเภอนพดล ผู้เสนอแนวคิดและมุมมองหลายอย่างที่น่าสนใจและผมแอบเชียร์อยู่ในใจให้พ่อเมืองปายประสบความสำเร็จในเร็ววัน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนพี่วิสูตรที่พยายามเก็บทุกรายละเอียดเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนปาย พี่วรเทพประธานชมรมท่องเที่ยวปายที่เปิดทางให้ผมเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม <span style="font-family: Times New Roman;">“</span>ปาย<span style="font-family: Times New Roman;">..</span>รัก<span style="font-family: Times New Roman;">…</span>สุดขอบฟ้า<span style="font-family: Times New Roman;">”</span></p>
<p>วันวาเลนไทน์ของปายพร้อมบัตรคอนเสิร์ต <span style="font-family: Times New Roman;">“</span>รักจัดปาย<span style="font-family: Times New Roman;">” </span>ฟรี พี่มานะผู้จัดการฮอทสปริงที่ส่งสายตาชื่นชมเวลาที่ผมและหุ้นส่วนทำงานอย่างขมีขมัน พี่อ้อย<span style="font-family: Times New Roman;">…</span>ที่ทำให้ผมต้องตกอยู่ในภวังค์ของการฟัง <span style="font-family: Times New Roman;">sound track </span>ภาษาที่ไม่คุ้นเคยหลายครั้ง พี่โอ๋ที่เข้ามาเติมเสียงหัวเราะอย่างไม่มีขีดจำกัด รันนี่ที่เล่นบทภรรยาน้อยกลางวงเหล้าอย่างน่ารัก น้องซิ่งที่เมื่อเมาเข้าที่จะแสดงมิติฆาตกรเลือดเย็นอย่างสยอง  พี่แอ้มที่แอบมากระซิบให้จัดดอกไม้วันวาเลนไทน์ให้พี่วัชจนผมกับโจลี่ต้องยิ้มอย่างปิติแทนพี่วัช ป้านางที่โดนผมนัดเพื่อขอข้อคิดและเล่าเรื่องปายในอดีต แต่จนแล้วจนรอดผมก็ยังไม่ได้คุยกับแกสักที น้องเบียร์ลูกค้ารายใหญ่อีกรายที่ชื่นชมการจัดดอกไม้ของนายเทียนเป็นพิเศษ น้องแอมที่จัดงบมาให้เราเป็นสื่อเซอร์ไพรส์สาวแถวแยกปายหนาว น้องเมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนที่อำเภอที่เลือกย้ายมาอยู่ปายได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ น้องอาร์มแห่ง <span style="font-family: Times New Roman;">www.ilovepai.com </span>ที่ผมต้องหาโอกาสนั่งคุยอย่างจริงๆจังที่ไหนสักแห่งในเร็ววันนี้  ดาบสถาพรที่ประสานงานและอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่อย่างขะมักเขม้นที่อำเภอ ปลัดเดฟที่คุยกับพวกเราอย่างเป็นกันเอง น้องหุยแห่งธนาคารกรุงเทพที่เปิดบัญชีธนาคารให้ผมและสั่งกุหลาบขาว <span style="font-family: Times New Roman;">28 </span>ดอกเพื่อเซอไพรส์วันเกิดให้เพื่อนในวันต่อมา หมออาดัมที่พาผมไปห้องเอ็กซเรย ์พร้อมอธิบายอย่างน่ากลัวก่อนผลเอ็กซเรย์จะออกว่าถ้ากระดูกข้อศอกหักอาจไม่ใช่แค่เข้าเฝือกแต่ต้องผ่าตัดเลยทีเดียว พี่โต๋พี่สร้อยที่เปิดรับฟังข้อเสนอการหาที่ปลูกดอกไม้ของผมและหุ้นส่วนอย่างตั้งใจ น้องติ้งที่เริ่มคุ้นเคยและเล่นหัวกับผมอย่างเป็นกันเอง น้องไผ่ที่ไม่เคยปริปากใดๆกับใครก่อนไม่ว่าผมจะพยายามเริ่มบทสนทนาด้วยอย่างไรก็ตาม หรือแม้แต่พี่น้อย วงพรู ที่ผมเดินเข้าไปขอให้แกแวะมาที่ร้านเพื่อขอถ่ายรูปไว้ไปลงเว็ปไซด์ ขณะที่แกนั่งกินก๋วยเตี๋ยวและเพลิดเพลินกับความเป็นส่วนตัวของตัวเอง น้องเก๋ที่จะไม่ยอมถ่ายรูปคู่กับพี่น้อยถ้าพี่น้อยไม่เดินมาขอถ่ายด้วยตัวเอง น้องโอ๋ที่ระบายสีน้ำมันบนกระป๋องสังกะสีที่ร้านให้อย่างตั้งใจและมีเสน่ห์น่าประทับใจ ยันที่ย้ำหลายครั้งตอนเมาว่าประทับใจกับการเริ่มต้นร้านของเรา   <span style="font-family: Times New Roman;"> </span>ในความหลายหลากของคนที่ผมรู้จัก ผมยังได้ทำความเข้าใจกับปมความขัดแย้งที่เร้นอยู่ในปาย หากกระนั้นผมกลับเห็นเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในทุกสังคม ไม่ว่าจะในปาย ในบางน้ำเปรี้ยวในกรุงเทพ สนามหลวง ลานพระรูป หน้ารัฐสภา หรือสนามบินสุวรรณภูมิ ในกัวลาลัมเปอร์ ในซานฟรานซิสโก ในแอร์เฟิร์ต ในมัทดราส หรือในนิวยอร์ค  ทุกปมแย้งล้วนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน บ้างก็มาจากอัตตา บ้างก็มาจากผลประโยชน์ บ้างก็มาจากการไม่ถูกชะตาอย่างไม่มีเหตุผล ผมไม่เห็นความแตกต่างระหว่างเหลือง ระหว่างแดง มากหรือน้อยไปกว่าปมที่ผมเห็นในปาย เพียงแต่เหลืองแดงเป็นกลุ่มมีคนเชิด มีเครือข่ายโยงใยอย่างเป็นระบบ แต่ในปายต่างคนต่างเป็นปัจเจก ต่างคนต่างมีดี มีความเป็นตัวของตัวเองแบบขำ แบบฮา แบบสุดโต่ง แบบมันส์ แบบเมา แบบเรามีเรา และมีความเป็นศิลปินซึ่งหลุดพ้นจากการถูกครอบงำของเงินจากกระเป๋าคนอื่น ประเด็นที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถาปัตยกรรมที่ขัดตา เรื่องการเอาเปรียบกัน เรื่องภาษีป้ายเรื่องการลอกเลียนแบบสินค้า เรื่องนินทา เรื่องการไม่ชอบขี้หน้าส่วนตัว ล้วนเป็นประเด็นสำคัญ และเป็นสาระทั้งสิ้น กระนั้นก็ตามผมยังเห็นการอยู่ร่วมกัน การพบกันครึ่งทาง การเคารพซึ่งกันและกันบนความต่าง ไปพร้อมกันด้วย เพียงแต่บางทีเส้นขนานบนแผ่นกระดาษที่ไม่อาจเจอกันมันอาจจะยังขาดปัจจัยเกื้อหนุนให้มันมาเจอกัน ถ้าเปรียบการขีดเส้นบนแผ่นกระดาษคือการดำเนินชีวิตและการมีลมหายใจ ถ้าเปรียบว่าการขีดเส้นของแต่ละคนลากไปจนสุดขอบกระดาษเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องขีดเส้นต่อเนื่องต่อไปเพื่อไม่ให้สิ้นลมหายใจ บางทีการขีดเส้นย้อนกลับหรือทำลูกศรขึ้นลงบนแผ่นกระดาษแผ่นเดิมอาจทำให้เส้นขนานนั้นมาเจอกันโดยบังเอิญ โดยไม่ตั้งใจ ใครจะรู้</p>
<p>การขีดเส้นย้อนศรขึ้นลงบนแผ่นกระดาษนั้นอาจจะทำให้เกิดศิลปะงดงามจากความร่วมมือกันสร้างงานศิลปะแบบไม่ตั้งใจก็เป็นได้ <span style="font-family: Times New Roman;"> </span>เพียงแต่เราต่างพร้อมที่จะทำความเข้าใจกับความหมายของคำว่าปล่อยวาง บางทีบางคนบางกลุ่มอาจเริ่มลองลากเส้นโค้ง เส้นเว้า ชี้ศรขึ้น ลง ซิ๊กแซก กลม รี เส้นขวาง หรือเส้นอื่นๆ ที่แล้วแต่จินตนาการของใครจะไปได้ถึงแค่ไหนอย่างไร ไม่ให้เส้นมันตรงแด่วตึงแน่น อึดอัด โดดเดี่ยวและไม่เชื่อมโยง เราอาจได้เห็นความสัมพันธ์ ความลงตัวอย่างที่เราไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้ก็เป็นได้ บางทีเราอาจต้องถอดหัวโขน และตัวตนของตัวเองออกบ้าง วางเฉยบ้าง เพื่อให้ความว่างมันได้ทำงานโดยปราศจากอคติสะสม ที่รังแต่จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง ไม่ใช่ทำร้ายใคร เพราะจะไม่มีใครเสียความรู้สึก หงุดหงิด ขุ่นมัวไปกับเรา นอกจากตัวเราเอง<span style="font-family: Times New Roman;"> </span>หรือกลุ่มของเราเอง ไม่จำกัดแค่เหลือง แค่แดง อาจเป็น ม่วง เขียว คราม น้ำเงิน หรือเฉดสีกี่ล้านเฉดสีในโลกที่ไม่มีขอบเขตหรือศาสตร์ใดจะตีกรอบได้<span style="font-family: Times New Roman;"> </span>ผมกลับเข้ากรุงเทพฯครั้งนี้เพราะรับปากกับรุ่นน้องที่เป็นอาจารย์ที่ ม<span style="font-family: Times New Roman;">. </span>เกษตรศาสตร์ เพื่อบรรยายในงานปัจฉิมนิเทศให้กับนิสิตภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร์ เป็นโจทย์ที่ผมไม่เคยปฏิเสธตั้งแต่ไหนแต่ไร โน้ตที่ผมเขียนไว้เพื่อสรุปให้กับนักศึกษามีอยู่ว่า<span style="font-family: Times New Roman;"> </span><span style="font-family: Times New Roman;">“</span>ถ้าเราเหมือนกับคนอื่น เราก็ไม่มีความหมายอะไรที่มีตัวตนอยู่บนโลก<span style="font-family: Times New Roman;"> </span>ความต่างของเรา ถึงวันนี้เราภูมิใจได้หรือยัง เรายังเห็นว่าการสอบเอ็นทร้านซ์ติดเป็นเหตุการณ์ที่เราภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตอยู่อีกหรือ เราอาจต้องหาตัวเองให้เจอ เพื่ออย่างน้อยเราจะรู้คุณค่าของตัวเองอย่างต่อเนื่อง มีความสุขกับทุกก้าวย่างของชีวิต ไม่ใช่รอให้เป้าหมายสำเร็จแล้วค่อยอิ่มสุข  เรารู้สิทธิพิเศษแห่งความเป็นตัวเราหรือยัง รู้ความต่างของตัวเองที่จะช่วยเติมเต็ม ช่วยต่อยอดให้สิ่งที่ขาดในสังคมรึเปล่า ถ้าน้องๆ ทุกคนที่นั่งอยู่ในนี้เป็นเพชร เพชรเม็ดนี้ยังต้องเจียรนัยมุมไหนเหลี่ยมไหนเพิ่มอีก น้องต้องหาให้เจอด้วยตัวของน้องๆ เอง  เราทุกคนยังต้องเจียรนัยตัวเองจนวันสุดท้ายของชีวิต เพราะไม่มีโมเดลหรือต้นแบบแห่งความสำเร็จของชีวิตไหนๆ ที่เราจะลอกเลียนแบบได้อย่างลงตัว ชีวิตใครจะเป็นต้นแบบที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราได้ดีกว่าตัวเราเอง ใครจะตามเรา เราจะตามใคร ไปเพื่ออะไรกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นเราอาจไม่จำเป็นต้องเปลืองทรัพยากรโลกเพราะการดำรงอยู่ของเราก็คงได้ ในเมื่อเราคิดเองไม่เป็น ทำเองไม่ได้  เราต้องสร้างต้นแบบชีวิตของตัวเราเอง ท้ายที่สุดเราเองจะเป็นผู้กำหนด ว่าในความเป็นเราที่แตกต่าง เราทำอะไรให้โลกต่างจากที่เป็นอยู่อย่างสร้างสรรค์และจรรโลงได้บ้าง<span style="font-family: Times New Roman;">”</span><span style="font-family: Times New Roman;"> </span>ผมเหลือบมองพระสุทินมหานาโถ วัดโบสถ์ ปทุมธานีที่เป็นวิทยากรบรรยายก่อนหน้าผม ท่านยิ้ม พยักหน้า ส่งสัญญาณอบอุ่นว่า โยม ว่าต่อไปสิ<span style="font-family: Times New Roman;"> </span><span style="font-family: Times New Roman;">“</span>พี่ก็ได้แค่พูด พี่เองยังต้องเจียรนัยตัวเองอยู่เลยในวัย <span style="font-family: Times New Roman;">40 </span>แต่เดี๋ยวนะ พี่ว่าทั้งหลายทั้งปวงที่พูดกันมาในวันนี้ ไม่มีความหมายเท่า <span style="font-family: Times New Roman;">– </span>กาลามสูตร <span style="font-family: Times New Roman;">– </span>ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เมื่อ <span style="font-family: Times New Roman;">2552 </span>ปีที่แล้ว ครับ น้องๆ ต้องไปค้นพบสิ่งที่จะเจอนับจากวันที่ก้าวจากรั้วสีเขียวนี้ไป <span style="text-decoration: underline;">ด้วยตัวน้องเอง</span><span style="font-family: Times New Roman;">”</span> ผมกำลังจะกลับเข้าปายเป็นครั้งที่ <span style="font-family: Times New Roman;">4 </span>ในระยะเวลาไม่ถึงสองเดือน ครั้งนี้ผมจะผ่านสามแยกก่อนถึงปายพร้อม แม่ พี่ชายและพี่สาว ความตื่นเต้นไม่ได้ลดลง แต่ผมกลับมีแต่ความมั่นใจว่าผมไม่โดดเดี่ยวแน่ที่ปาย ผมรู้ว่ามีคนรอผมอยู่ที่ปาย ผมตื่นเต้นที่จะได้ฉลองครบรอบสองเดือนการตัดสินใจมาอยู่ปาย และครบรอบสองเดือนในหลายเรื่องอื่นๆ ที่ปาย  <span style="font-family: Times New Roman;"> </span>ถามผมว่าเสน่ห์ของปายอยู่ที่ไหน <span style="font-family: Times New Roman;">?</span>ผมตอบไม่ได้ครับ ผมรู้เพียงว่าปายเป็นแรงบันดาลใจ เป็นศูนย์รวมพลังให้ผมทำกิจกรรมชีวิตในรอบไม่ถึงสองเดือนได้มากกว่าช่วงห้าปีรวมกันที่ผ่านมา  <span style="font-family: Times New Roman;"> </span><span style="font-family: Times New Roman;"> </span><span style="font-family: Times New Roman;">22 </span>กุมภาพันธ์ <span style="font-family: Times New Roman;">2552</span>เที่ยงคืนสี่สิบห้านาทีบ้านบางน้ำเปรี้ยว<span style="font-family: Times New Roman;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ilovepai.com/th/2009/03/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

